11 วัดเชิญมากราบไหว้ขอพรพระเมืองนคร

          จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่า “นครสองธรรม” เพราะมีความโดดเด่นในเรื่องของ “ธรรมะ” และ “ธรรมชาติ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของธรรมะนั้น เมืองนครถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งที่ที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนามายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

            วันนี้เราจะพาทัวร์ 11 วัดน่าไปกราบไหว้ขอพร ณ เมืองธรรมะดินแดนใต้แห่งนี้กัน

1.วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

 

วัดพระธาตุ เครดิตภาพ KOSIN SUKHUM

หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดพระธาตุ” เป็นโบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอายุเก่าแก่ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครศรีธรรมราช ใครที่ได้มาเยือนถิ่นเมืองนครจึงไม่ควรพลาดไปกราบสักการะ ณ สถานที่แห่งนี้ด้วยประการทั้งปวง ภายในวัดมี “พระบรมธาตุเจดีย์” ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และด้วยเหตุที่องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องลงมากระทบโดนองค์พระธาตุจากทางไหนก็ตาม บังเกิดเป็นความอัศจรรย์จนผู้คนต่างพากันเรียกพระธาตุนี้ว่า “พระธาตุไร้เงา” ทำให้พระบรมธาตุเจดีย์กลายเป็นอีกหนึ่งอันซีนไทยแลนด์ของเมืองนคร

2.วัดธาตุน้อย หรือวัดพระธาตุน้อย

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดพระธาตุน้อย เครดิตภาพ thailandtourismdirectory.go.th 

ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความประสงค์ของพระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ พระเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่ชาวใต้มีความเลื่อมใสนับถือศรัทธาอย่างสูงยิ่ง ที่ท่านได้ชื่อต่อท้ายว่าวาจาสิทธิ์นั้นเป็นเพราะทั้งลูกศิษย์และประชาชนทั้งหลายได้ประจักษ์กับความศักดิ์สิทธิ์ในวาจาที่ท่านพูด พูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็นเทวดาเมืองคอน หรือเทพเจ้าแห่งแดนใต้ ดังนั้นเมื่อมาเมืองคอนแล้ว นอกจากจะไปกราบพระธาตุเมืองนครแล้ว อย่าลืมมาแวะมาทำบุญที่วัดธาตุน้อยกันด้วยนะคะ

3. วัดเจดีย์หรือวัดไอ้ไข่

วัดเจดีไอ้ไข่ เครดิตภาพ sanook

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สายมูไม่ควรพลาด ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมานั้น “ไอ้ไข่” เป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9-10 ขวบ เป็นลูกศิษย์ติดตามหลวงปู่ทวดมาในขณะที่ท่านมาปักกลดออกธุดงค์ หลวงปู่ทวดพบว่าที่นี่มีทรัพย์สมบัติและซากของศาสนสถานโบราณเป็นจำนวนมาก จึงให้ “ไอ้ไข่” ทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว ชาวบ้านเชื่อกันว่า “ไอ้ไข่” เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านในแถบนั้น และจังหวัดต่างๆ ในแถบภาคใต้ โดยเฉพาะในเรื่องของโชคลาภและค้าขาย ปัจจุบันมีผู้คน รวมถึงคนดังในวงการต่างๆ เดินทางไปกราบไหว้ขอพรกันอย่างมากมาย

4. วัดถลุงทอง

วัดถลุงทอง เครดิตภาพ thailandtourismdirectory.go.th

เป็นวัดที่มีความสงบร่มรื่น เพราะตั้งอยู่ห่างจากถนนสายหลักกว่า 9 กิโลเมตร มีพ่อท่านคลิ้งหรือหลวงปู่คลิ้งเป็นเจ้าอาวาส ในขณะที่พ่อท่านคลิ้งยังมีชีวิตอยู่นั้นได้มีความตั้งใจที่จะสร้างเจดีย์วัดถลุงทองขึ้นมาไว้เป็นที่สักการะเคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนเพื่อเป็นการสืบทอดอายุของพระพุทธศาสนา เมื่อท่านละสังขารแล้วสรีระของท่านไม่เปื่อยสลาย ทางวัดจึงบรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้วไว้ที่ชั้นสองของเจดีย์เพื่อให้ผู้คนได้เข้าไปสักการะกราบไหว้บูชา

5. วัดหรงบน

วัดหรงบน เครดิตภาพ thailandtourismdirectory.go.th

มีพ่อท่านเขียวเป็นเจ้าอาวาส เป็นอีกหนึ่งอริยสงฆ์แห่งแดนใต้ ท่านมีวาจาสิทธิ์ พูดอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น และก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ท่านก็ได้บอกกำหนดวันที่จะมรณภาพล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ หลังจากที่ท่านละสังขาร นอกจากสรีระจะไม่เน่าเปื่อยแล้วยังเผาไม่ไหม้อีกด้วย ปัจจุบันทางวัดได้บรรจุสรีระของท่านไว้ในโลงแก้วเพื่อให้ผู้คนได้มาสักการะกราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล

6. วัดแม่เจ้าอยู่หัว

วัดแม่เจ้าอยู่หัว เครดิตภาพ thailandtourismdirectory.go.th

วัดนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงแม่เจ้าอยู่หัวหรือพระนางเลือดขาวพระมเหสีเอกของพระเจ้าศรีธรรมโศกราชที่ 5 จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในเรื่องของอภินิหารหรือปาฏิหารย์จากบารมีของพระนางนั้น จะเป็นในเรื่องของการบนบานให้หายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย เมื่อหายป่วยแล้วก็จะต้องมาแก้บนตามสัญญา

7. วัดพัทธเสมา

ประเพณี ลากพระ ชักพระ เรือพระ แบบดั้งเดิม ณ วัดพัทธเสมา เครดิตภาพ mokkalana.com

มีพระพุทธรูปปางยืนอุ้มบาตรเนื้อทอง ที่มีชื่อว่า “พระอิศระชัย” ประดิษฐานอยู่ภายในวัดพัทธเสมา ซึ่งคนเมืองคอนและจังหวัดใกล้เคียงต่างทราบกันดีว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ ใครบนบานหรือขอสิ่งใดมักได้ดั่งใจหวัง

8. วัดเขาขุนพนม

วัดเขาขุนพนม thailandtourismdirectory.go.th

เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีถ้ำซึ่งมีกำแพงก่ออิฐปูนเหมือนกำแพงเมืองสมัยโบราณ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปสำริดประมาณ 30 องค์และมีหลายถ้ำทะลุถึงกัน ด้านหน้าวัดเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำทิพย์โบราณที่เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระเจ้าตากสินไว้ใช้ส่วนพระองค์

9. วัดดอนตรอ

วัดดอนตรอ เครดิตภาพ thailandtourismdirectory.go.th

เป็นอีก 1 ใน 32 วัดของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีพระอริยสงฆ์แห่งแดนใต้นามว่า “พ่อท่านสังข์” ที่ได้รับการยกย่องและตั้งฉายาว่า “เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำปากพนัง” พ่อท่านสังข์ได้มรณภาพลงเมื่อปี 2547 ปัจจุบันมีศิษยานุศิษย์ ผู้เลื่อมใสศรัทธา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงค์โปร์เดินทางมาสักการะไม่ขาดสาย

10. วัดวัวหลุง

หลวงพ่อซัง เครดิตภาพ mokkalana.com

อยู่ในอำเภอร่อนพิบูลย์ เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีพระมหาเถราจารย์ชื่อดังในตำนานแห่งเมืองนครศรีธรรมราช ผู้ทรงวิทยาคุณ มากด้วยบุญญาภินิหารนามว่า “พ่อท่านซัง” ที่ไม่ควรพลาดไปกราบไหว้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกวัดหนึ่ง

11.วัดร่อนนา

พระแม่เศรษฐีวัดร่อนนา

เป็นวัดเก่าแก่โบราณมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าวัดร่อนนาเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน คือพระพุทธรูปอุ้มบาตรปางพระร่วงเป็นพระคู่บ้านคุ่เมืองของชาวร่อนพิบูลย์ และจังหวัดนครศรีธรรมราช คือ องค์พระแม่เศรษฐีอายุประมาณ 700-800 ปี

            มาเยือนถิ่นเมืองนครกันทั้งทีอย่าพลาดไปทำบุญที่วัดทั้ง 11 แห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกัน

ส้มโอทับทิมสยาม ผลไม้ต้องลองของดีเมืองนครศรี

ถ้าพูดถึงสุดยอดของส้มโอในยุคปัจจุบันนี้คงหนีไม่พ้น “ส้มโอทับทิมสยาม” หรือเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ส้มโอแดงสยาม” ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เป็นของดีขึ้นชื่อประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่ ณ ตอนนี้ ที่สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี เนื่องจากความต้องการของตลาดนั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

            ก่อนอื่นเราทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของส้มโอสายพันธุ์นี้กันสักหน่อยก่อนว่ากว่าจะได้มาเป็นสุดยอดของส้มโอในยุคนี้นั้น ใครกันที่เป็นคนพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ จนเราได้มีโอกาสกินส้มโอที่มีรสหวานไม่มีรสขมกัน

ส้มโอทับทิมสยามเป็นมาอย่างไร

ส้มโอทับทิมสยาม

            จุดเริ่มต้นของส้มโอทับทิมสยามนั้น เริ่มจาก เมื่อปี พ.ศ. 2523 “นายสมหวัง มันแหละ” เกษตรกรในหมู่บ้านแสงวิมาน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้ไปซื้อส้มโอพันธุ์พื้นเมืองมาจาก อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกส้มโอพันธุ์พื้นเมืองนี้ว่า “ส้มโอสีชมพู” เพราะเนื้อของส้มโอจะเป็นสีชมพู แต่ทว่ารสชาติไม่อร่อยเลยไม่เป็นที่นิยมซื้อมารับประทานกัน

            ในตอนแรกนายสมหวังได้ทำการซื้อมาทดลองปลูกที่บ้านแสงวิมานจำนวน 3 กิ่ง จนเมื่อต้นโตติดผลแก่และนำมารับประทานได้นั้น ปรากฏว่ามีรสชาติหวานมากขึ้นกว่าเดิมแต่ก็ยังมีรสขมปนอยู่ จึงใช้วิธีปรับปรุงพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งแบบต่อเนื่องหลายๆ รุ่น จนกระทั่งในรุ่นสุดท้าย นำกิ่งตอนนั้นไปปลูกจนติดผล และเมื่อนำเนื้อมากินปรากฏว่าไม่มีรสขมหลงเหลืออยู่แล้ว เหลือเพียงรสหวานเพียงอย่างเดียว ส่วนสีของเนื้อส้มโอนั้นก็มีสีแดงเข้มขึ้นคล้ายกับสีของทับทิมมาก นายสมหวังจึงตั้งให้ใหม่ว่า “ส้มโอทับทิมสยาม” หรือ “ส้มโอแดงสยาม” พร้อมกับทำการขยายพันธุ์ ปลูก เก็บผล และออกวางจำหน่ายจนได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย เพราะนอกจากเนื้อส้มโอจะมีรสชาติหวานแล้ว ยังมีสีสันสดใสที่สวยน่ากินอีกด้วย

            สำหรับความต้องการส้มโอทับทิมสยามนั้น ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้หน่วยงานของรัฐอย่างกรมพัฒนาที่ดินต้องเข้ามาสนับสนุนโดยการใช้รถแบ็คโฮขุดที่ดินให้ฟรำหรับเกษตรกรผู้ที่สนใจจะปลูกส้มโอทับทิมสยาม

ตลาดส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อนั้นเป็นกลุ่มตลาดจากจีนที่มาเหมา สามารถสร้างรายได้ต่อปีถึง 4-5 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าในอนาคตราคาของส้มโอทับทิมสยามจะพุ่งสูงขึ้นมากกว่านี้อีกด้วย

ส่วนการจำหน่ายภายในประเทศนั้นมีที่ ตลาด อ.ต.ก.ในพื้นที่กรุงเทพฯ นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ ปัตตานี ยะลา สงขลา เป็นต้น

ส้มโอทับทิมสยามหวานฉ่ำ เปรี้ยวนิด ทานแล้วชุ่มคอชื่นใจได้ประโยชน์

ส้มโอทับทิมสยาม

            และที่สำคัญ “ส้มโอทับทิมสยาม” ยังมีผลดีต่อสุขภาพมากมายหลายประการดังต่อไปนี้

            1. มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

            2. เนื้อส้มโอตรงที่มีสีแดงจะมีสารแอนโทไซยานินสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อม และเสริมสร้างกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

            3. มีวิตามินบี1 ช่วยในการย่อยอาหาร

            4. มีวิตามินบี2 ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด

            5. มีโพแทสเซียมที่ดีต่อการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อในร่างกาย

            6. มีสารโฟเลตที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

            7. มีสารลิโมนอยด์ที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและเซลล์มะเร็งได้

            8. ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร

            9. ช่วยกำจัดสารพิษจำพวกโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

            10. ช่วยแก้อาการจุกเสียด และเป็นยาแก้ธาตุไม่ปกติ

            11. ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก

            12. ช่วยแก้ไอ ทำให้ชุ่มคอ

            13. มีเส้นใยอาหารสูง ส่งผลดีต่อลำไส้ ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย และบรรเทาอาการท้องผูก

            14. อุดมไปด้วยแคลเซียม ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง

            15. เปลือกส้มโอด้านนอกที่เป็นสีเขียวมีต่อมน้ำมันหอมระเหยเป็นจำนวนมาก นำมาใช้ปรุงเป็นยาหอมได้ ช่วยทำให้สดชื่น แก้วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้อาเจียน

            16. เปลือกส้มโอสดนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วต้มน้ำอาบ ช่วยรักษาอาการลมพิษและผื่นคันที่ผิวหนังได้เมื่อรู้ถึงประโยชน์และข้อดีของส้มโอทับทิมสยามแบบนี้แล้ว จะพลาดไม่ลองซื้อมารับประทานได้ยังไง จริงมั้ยคะ ???