นครศรีธรรมราช – ผู้ว่าฯ เมืองคอนตบรางวัล “คนดีศรีเมืองนคร” ยกย่องชื่นชมหนุ่มฝรั่งเศสตำรวจดับเพลิงหัวใจสาธารณะ หลังเป็นฮีโร่ช่วย “สึนามิ” พบรักแต่งงานสาวเมืองคอน ลาพักร้อนบินลัดฟ้าช่วยงานกู้ภัย “มูลนิธิประชาร่วมใจ” ส่งอีเมลทุกวันให้เพื่อนทั่วโลกช่วยโปรโมตเมืองคอน และเมืองไทย ยกย่องเป็นพรีเซ็นเตอร์กิตติมศักดิ์เมืองไทย

วันนี้ (5 มิ.ย.) ที่ห้องปฏิบัติการผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “คนดีศรีเมืองนคร” ประกอบด้วย ประกาศนียบัตร และเข็มเชิดชูเกียรติ ให้แก่ นายบาสเตียง ซูเนช อายุ 31 ปี เป็นข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยดับเพลิงและกู้ชีพ เมืองแวนดี ประเทศฝรั่งเศส โดยมีอาสาสมัครหน่วยบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ จ.นครศรีธรรมราช และนายธีระ ไกรวิเชียร อายุ 51 ปี เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย และหัวหน้าศูนย์วิทยุบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพระบุญฤทธิ์ หงส์ประศาธน์ ประธานมูลนิธิประชาร่วมใจ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิและเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ รวมทั้ง น.ส.เพ็ญภักดิ์ บรรณจิตร อายุ 29 ปี นายดำรงด์ บรรณจิตร อายุ 57 ปี ภรรยาและพ่อตาของนายบาสเตียง มาร่วมแสดงความยินดีกับนายบาสเตียง และนายธีระด้วย

นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า นายบาสเตียง ซูเนช ตนเป็นชาวเมืองแวนดี ประเทศฝรั่งเศส รับราชการเป็นหัวหน้าหน่วยดับเพลิง หรือหน่วยกู้ภัย มีเงินเดือนคิดเป็นเงินไทยเดือนละราว 80,000 บาท ในปี 2547 ฝั่งอันดามันของเมืองไทยประสบภัยสึนามิ รัฐบาลประเทศฝรั่งเศส จึงส่งตนพร้อมเพื่อนๆ ร่วม 20 คน เดินทางมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ โดยประจำอยู่บ้านบางเนียน อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ครั้งแรกอยู่ 3 อาทิตย์ จึงเดินทางกลับประเทศ

ต่อมาทางประเทศฝรั่งเศสได้จัดส่งตนและเจ้าหน้าที่ชุดเดิมมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิและสร้างโรงพยาบาลใน จ.พังงา และช่วยเหลือด้านการกู้ภัยแยกศพผู้เสียชีวิตที่บ้านไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จนได้พบรักกับ น.ส.เพ็ญภักดิ์ บรรณจิตร อายุ 29 ปี สาวชาว ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทำงานเป็นพนักงานดูแลด้านความงามของบริษัทหนึ่งประจำอยู่ในห้างบิ๊กซี ภูเก็ต จนมีการสานสัมพันธ์และแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน และได้นำ น.ส.เพ็ญภักดิ์ ภรรยากลับไปครองรักกันที่เมืองแวนดี ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันมีบุตรชาย 1 คน อายุ 2 ขวบ

เมื่อปี 2551 นายบาสเตียงได้ลาพักร้อนจึงนำภรรยาและบุตรชายเดินทางมาเยี่ยมพ่อแม่ และญาติๆ ของ น.ส.เพ็ญภักดิ์ ภรรยา ได้พบเห็นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และด้วยเหตุที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และกู้ชีพเมืองแวนดี นายบาสเตียงจึงรู้สึกชื่นชมกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ ประกอบกับการที่ได้สัมผัสกับอัธยาศัยไมตรีของคนไทย และคนนครศรีธรรมราชมาตั้งแต่ครั้งเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ

จึงคิดที่อยากจะตอบแทนชาวนครศรีธรรมราชและเมืองไทย ที่ผลิตภรรยาที่ดีที่สุดให้แก่เขา จึงเดินทางไปสมัครเป็นอาสาสมัครของหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ และในช่วงที่ได้ลาพักร้อนประจำปีๆ ละ 1-3 เดือนก็จะพาครอบครัวมาอยู่บ้านบิดา มารดาของภรรยา พร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกวัน จนได้รับการกล่าวขานยกย่องจากประชาชนที่พบเห็น ตนจึงมอบรางวัล “คนดีศรีเมืองนคร”

เพื่อเป็นขวัญกำลังในฐานะที่เป็นผู้สร้างคุณประโยชน์ให้แก่ประชาชน และจังหวัดนครศรีธรรมราช ในขณะที่นายธีระ ไกรวิเชียร เป็นผู้ที่ตั้งมั่นในการทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น โดยเป็นเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยของมูลนิธิประชาร่วมใจมาเกือบ 20 ปี มาตลอด ตนจึงพิจารณามอบรางวัล “คนดีศรีเมืองนคร” ให้นายธีระในโอกาสเดียวกันด้วย

“จากการที่ได้พูดคุยสอบถามนายบาสเตียงถึงการเป็นเขยนครศรีธรรมราช เขาบอกว่าประทับใจในอัธยาศัยไมตรีของคนนครศรีธรรมราช รวมทั้งคนไทยทุกคนที่มีความเป็นกันเองกับตน นอกจากนี้ เมืองนครศรีธรรมราชและเมืองไทยเป็นเมืองที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงตั้งใจว่าจะถือโอกาสในช่วงลาพักร้อนของทุกปีเดินทางมานครศรีธรรมราช และร่วมปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยกับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจตลอดไป

โดยทุกวันที่ผมและครอบครัวอยู่ที่นครศรีธรรมราช จะส่งอีเมลไปหาเพื่อนๆ ในประเทศฝรั่งเศสและเพื่อนๆ ทั่วโลก โดยส่งภาพถ่ายและบอกเล่าถึงความประทับใจต่างๆ รวมทั้งความสวยงามของนครศรีธรรมราช และประเทศไทยให้เพื่อนรับทราบ เมื่อกลับไปฝรั่งเศสตนก็จะเล่าสิ่งที่ดี สิ่งที่ประทับใจทั้งหมดให้เพื่อนฟังบ่อยๆ จนเพื่อนจำนวนมากอยากจะเดินทางมาเมืองไทยด้วย”

พระบุญฤทธิ์ หงส์ประศาธน์ ประธานมูลนิธิประชาร่วมใจ กล่าวว่า การออกปฏิบัติหน้าที่ของนายบาสเตียง อาตมาและเจ้าหน้าที่ทั้งของมูลนิธิ ของโรงพยาบาลต่างทึ่งในความเชี่ยวชาญการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกรูปแบบ เพราะในประเทศฝรั่งเศสหน่วยงานด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะรวมอยู่ที่เดียวกันหมด ทั้งดับเพลิง กู้ภัยทางน้ำ ทางบก การเผชิญเหตุและช่วยเหลือกรณีเกิดสารพิษต่าง ๆ รวมทั่งโรงพยาบาล และตำรวจเขาจะอยู่ที่เดียวกันหมด เจ้าหน้าที่ของเขาจึงต้องผ่านการฝึกอย่างหนักในทุกประเภท นายบาสเตียง เป็นครูฝึกที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญที่สุดคนหนึ่ง จึงสามารถปฏิบัติงานได้อย่างยอดเยี่ยมและยังถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่นายภาณุ อุทัยรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่ชาวต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช อีกทั้งเขายังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ดีที่ให้กับนครศรีธรรมราชและเมืองไทยได้อีกทางหนึ่ง โดยการส่งอีเมล์บอกเล่าสิ่งดีๆ ของนครศรีธรรมราช และประเทศไทยให้เพื่อนๆ ทั่วโลก เมื่อเขากลับไปฝรั่งเศสก็นำเรื่องดีๆ จากเมืองไทยไปบอกเล่าเชิญชวนเพื่อนๆ ให้มาเที่ยวเมืองไทย และนครศรีธรรมราชด้วย

หากชาวต่างประเทศมีมุมมองและแสดงความรู้สึกและแสดงออกต่อบ้านเมืองในทางที่ดีเหมือนนายบาสเตียง เยอะๆ จะทำให้ภาพลักษณ์ของนครศรีธรรมราชและเมืองไทยที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาอื่นๆ มากมาย ดีขึ้นในสายตาและความรู้สึกของคนทั่วไปโดยเฉพาะชาวต่างชาติ

แหล่งที่มา https://mgronline.com/south/detail/9520000064862

Recommended Posts