วิสาหกิจชุมชน ถือเป็น ฐานรากของภาคธุรกิจระดับครอบครัว หมู่บ้าน มีสินค้าหลากหลายทั้งหัตกรรม อาหารแปรรูปต่างๆ แต่น่าเสียดายที่สินค้าเหล่านี้ยังไม่ได้รับการทำการตลาออนไลน์อย่างจริงจัง ทำให้สินค้าผลิตออกมาแล้ว ขายไม่ได้ ขายได้น้อย ยิ่งยุคปัจจุบันด้วยแล้วโควิดระบาดจากที่วิสาหกิจชุมชนใช้ช่องทางงานแสดงสินค้าเป็นช่องทางการตลาด ขายสินค้า ทำไม่ได้เลย จึงต้องให้ความสำคัญกับตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น

วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์อย่างไร บทความนี้แนะนำ 5 ประเด็นสำคัญที่วิสาหกิจชุมชนควรรู้ และนำไปปรับใช้ในการวางแผนค้าขายบนโลกออนไลน์ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน

5 สิ่งที่วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์ ช่วยยอดขายเติบโต

1.พัฒนาสินค้าให้โฟกัสที่ตลาดต้องการ ไม่ใช่ที่ชุมชนผลิตได้เพียงอย่างเดียว

ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของวิสาหกิจชุมชนในการค้าขายในปัจจุบันคือ “สินค้าไม่ตอบโจทย์ตลาด” ด้วยเหตุที่ว่าวิสาหกิจเกิดจากการรวมกลุ่มกันทำสินค้าที่ตนเองทำกันได้ แต่ไม่ได้พิจารณาว่าตลาดต้องการไหม บ่อยครั้งที่ผลิตแล้วขายไม่ได้ ขายไม่ออก แม้สินค้าเหล่านั้นจะมีคุณภาพก็ตาม

นับหนึ่งในการขายออนไลน์ ควรสำรวจตลาดก่อนว่า สินค้าที่เราผลิตนั้นตลาดต้องการไหม บางสินค้าแค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยก็ขายได้เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า บางสินค้แค่ปรับเปลี่ยนแพ็คเก็จก็ช่วยให้ขายดีเช่น สินค้าเกษตรแปรรูป แต่บางสินค้าต้องอาศัยงานด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาทำวิจัยเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาด

เครื่องมืออย่างง่ายเบื้องต้นในการสำรวจความต้องการตลาดคือ Google Trend ผู้ประกอบการสามารถเช็คกระแสดลาดได้ว่า สินค้าเรามีคนค้นหามากน้อยขนาดไหน คุ้มค่าที่จะลงทุนลงแรงผลิตสินค้านั้นหรือไม่ หากคุ้มค่าก็ลงทุนได้เลย แต่ถ้าไม่มีคนค้นหาเลย ก็ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลา เสียเงินทองในการลงทุน

2.เปิดหน้าร้านออนไลน์บน Marketplace เช่น Lazada ,Shopee หรือ Line My Shop

เมื่อมั่นใจว่าสินค้าตอบโจทย์ตลาด ก็นำสินค้ามาสู่โลกของงานแสดงสินค้าออนไลน์ นั่นก็คือ Marketplace บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็เปรียบเสมือนตลาดนัด หรือ งานมหกรรมขายสินค้าบนโลกแห่งความเป็นจริง เพียงแต่ว่ามหกรรมนี้จัดตลอด 24 ชั่วโมงและตลอด 365 วัน

เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการเปิดร้านบน Marketplace ไม่ว่าจะเป็น Lazada,Shoppe หรือ Line My Shop นั่นก็คือ การตั้งชื่อสินค้าต้องเป็นชื่อที่ลูกค้ามีการค้นหาด้วย ไม่ใช่ตั้งชื่อตามใจฉัน นอกจากนั้น รูปภาพประกอบการขายสินค้าต้อง สวย สะดุดตา น่าสใจ มีการทำกรอบให้โดดเด่น และที่สำคัญคือ การนำเสนอเนื้อหา แนะนำสินค้าต้องมีความน่าสนใจสุด เพื่อเปิดโอกาสให้คนได้อ่านและตัดสินใจซื้อสินค้าเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับเรื่องราคาก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย ส่วนนี้วิสาหกิจชุมชนควรมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นให้ดี คิดต้นทุนให้ครบ และจัดโปรโมชั่นให้น่าซื้อกว่าคู่แข่ง เพียงเท่านี้โอกาสในการสร้างรายได้ มีกำไร ก็จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

3.สร้างแฟนเพจ และทำคอนเทนต์แนะนำชุมชน สินค้า ให้คนรู้จัก เรียนรู้วิธีการลงโฆษณาด้วย

นอกจากการนำสินค้าไปแสดงในงานแสดงสินค้าบนโลกออนไลน์อย่าง Marketplace แล้ว วิสาหกิจชุมชนก็จำเป็นที่จะต้องมี โชว์รูป หรือ ห้องรับแขกไว้ต้อนรับลูกค้าใหม่ ๆ หรือไว้ให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาทำความรู้จักเราธุรกิจ รู้จักชุมชนเรามากยิ่งขึ้น

การมีแฟนเพจบนหน้า Facebook เป็นสิ่งยังคงจำเป็น (แต่ถ้าจะให้ดีควรมีเว็บไซต์เลยนะ)  เพราะเป็นช่องทางที่สร้างได้ฟรี สามารถลงรูปภาพกิจกรรมชุมชน ขั้นตอนการผลิต แนะนำสินค้า รีวิวต่างๆ ในช่องทางนี้ได้ และหากต้องการเพิ่มยอดขายให้ได้มากยิ่งขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีการลงโฆษณาสินค้าในช่องทางนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วแฟนเพจเราก็จะมีคนดูน้อย คนเข้าถึงน้อย โอกาสการขายก็น้อยลงเช่นกัน

4.สร้างช่อง Youtube เป็นของชุมชน เพื่อสร้าง Storytelling บอกเล่าเรื่องราวให้น่าสนใจ

ยุคนี้เป็นยุคของวีดีโอ เป็นโอกาสของธุรกิจที่สามารถเข้าถึงสื่อแบบนี้ได้เท่าๆ กับบริษัทยักษ์ใหญ่รายได้ร้อยล้านพันล้าน เมื่อก่อน VDO อาจจะเป็นแค่รูปแบบ TV ต้องจ่ายค่าโฆษณากันวินาที คิดกันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปัจจุบัน เราสามารถมีช่องวีดีโอ ไว้นำเสนอสินค้าของเราเองได้ผ่านช่องทางของ Youtube

นี่คือโอกาสของ วิสาหกิจชุมชน ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และมากยิ่งขึ้น สร้างช่อง Youtube ไม่ยุ่งยาก และการถ่าย VDO ปัจจุบันก็ทำได้ง่ายเพียงแค่มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำได้แล้ว เราสามารถถ่าย VDO แนะนำชุมชุน แนะนำสินค้า บอกเล่าส่วนผสม วิธีการผลิต รวมถึงรีวิวสินค้าจากลูกค้า เป็นการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเห็นสินค้า ตั้งแต่ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และรีวิว ทำให้เกิดความเชื่อถือในแบรนด์มากขึ้น โอกาสการยายยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ รู้อย่างนี้อย่าได้รีรอ รีบยกโทรศัพท์มาถ่าย VDO สรางช่อง Youtue เพื่อสร้างยอดขากยเพิ่มกัน

5.เปิด Line OA เพื่อใช้พูดคุยกับลูกค้าใหม่ และ เพิ่มยอดขายลูกค้าเก่า

หาลูกค้ามาได้แล้ว ก็ต้องรักษาลูกค้าไว้ให้ได้ !!! ลูกค้าใหม่ยิ่งหายากเท่าไหร่ หาได้มาแล้วต้องยิ่งรักษาให้อยู่กับเราไปนานๆ มากเท่านั้น วิสหากิจชุมชนต้องเปิดใช้บริการ Line OA เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าใหม่ และนำเสนอสิ่งดีๆ กับลูกค้าเก่าด้วยความสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการดึงลูกค้าใหม่มาเข้าระบบใน Line OA เราอาจจะทำโปรโมชั่นเป็นส่วนลดให้กับลูกค้าใหม่เมื่อ เพิ่มมาเป็นเพื่อนกับ Line OA ของชุมชน ขณะเดียวกันก็ทำระบบสะสมแต้ม หรือ คูปองส่วนลดให้กับพวกเขาเพื่อเขาจะได้กลับมาเป็นลูกค้าประจำ มีการซื้อประจำมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นวิสาหกิจชุมชุนควรมีการบอร์ดแคส ส่งข่าวสาร นำเสนอข้อมูลดีๆ ให้กลับผู้ที่ติดตาม อย่าเน้นส่งแต่สินค้าโปรโมชั่น แต่ควรจะส่งสาระ ความบันเทิงให้กับลูกค้าด้วย เช่นอาจจะส่งคลิป VDO จากช่อง Youtbe พาเที่ยวทิพย์ชุมชน ทำให้ผู้ติดตามได้ประโยชน์และชุมชนเองก็ได้ประโยชน์จากการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวต่อไป สินค้ขายได้ ลูกค้าติด เพียงเท่านี้โอกาสที่ธุรกิจจะยืนได้ในระยะยาวก็มีมากยิ่งขึ้น

ทั้ง 5 ข้อที่แนะนำสำหรับ วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์ ลองนำไปปรับใช้กับชุมชนของทุกท่าน โอกาสในการที่จะสร้างรายได้ในช่วงนี้มีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และอย่าลืมหมั่นอัพเดตความรู้ตัวเองอยู่เสมอ เพราะโลกออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *