Skip to content

คำอธิษฐาน บนยอดพระธาตุเมืองนคร

ส่วนยอดของพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชเป็นเครื่องมหัฆภัณฑ์ ประกอบด้วยวัตถุห้อยแขวนประเภทเครื่องประดับชนิดต่างๆ ปลายสุดประดิษฐ์อัญมณี แก้ว และหินสีธรรมชาติเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ประดิษฐานไว้ ส่วนปลีสวมด้วยแผ่นทองคำร้อยรัดเข้าด้วยกันเป็นรูปทรงกรวย ทั้งมีจารึกและไม่มีจารึก
.
ในส่วนจารึกเท่าที่มีการพบและอ่าน-แปลมีทั้งหมด ๔๐ แผ่น น้ำหนักรวม ๔,๒๑๗.๖ กรัม มีลักษณะเป็นทองคำแผ่นบางรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ละแผ่นมีขนาดและน้ำหนักไม่เท่ากัน บริเวณขอบจารึกทุกแผ่นมีรอยเย็บต่อไว้ด้วยเส้นด้ายทองคำรวมเป็นผืนใหญ่ ปนอยู่กับแผ่นทองพื้นเรียบ ไม่มีอักษรจารึก และแผ่นทองที่เขียนด้วยเหล็กแหลมเป็นลายเส้นพระพุทธรูปและรูปเจดีย์ทรงต่างๆ สภาพโดยทั่วไปชำรุด มีรอยปะเสริมส่วนที่ขาดด้วยแผ่นทองขนาดต่างๆ บางตอนมีรอยการเจาะรูเพื่อประดับดอกไม้ ทอง และอัญมณี เป็นต้น
.
นอกจากนี้ในบริเวณแกนปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งเป็นโลหะก็มีจารึกอยู่ช่วงใต้กลีบบัวหงาย ต่ำลงไปประมาณ ๑.๘๐ เมตร เป็นการจารึกรอบแกนปลีจำนวน ๒ บรรทัด แต่ปัจจุบันถูกหุ้มด้วยแผ่นไฟเบอร์กลาส เพื่อเสริมความมั่นคงให้แก่โครงสร้างยอดเจดีย์ จารึกดังกล่าวจึงถูกปิดทับไปด้วย จึงมีการอ่าน-แปลจารึกในบริเวณดังกล่าวจากภาพถ่าย กลุ่มจารึกแผ่นทองหุ้มปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์นี้ มีการจารด้วยอักษรขอมและอักษรไทย ข้อความส่วนใหญ่บอกถึงวันเดือนปีที่ทำการซ่อม, สร้างแผ่นทอง ระบุน้ำหนักทอง และถิ่นที่อยู่ของผู้มีศรัทธาพร้อมทั้งการตั้งความปรารถนาซึ่งนิยมขอให้ตนได้พบพระศรีอาริย์ และถึงแก่นิพพาน (ข้อมูลจากฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน))
.
บรรดาจารึกที่ปรากฏความปรารถนาเหล่านี้ มีจารึกหนึ่งควรแก่การยกมาศึกษาในวาระปีใหม่นี้อยู่มาก ด้วยอาจถือเอาเป็นพรปีใหม่ที่กล่าวและอธิษฐานนำโดยบรรพบุรุษชาวนครศรีธรรมราช
.
“…ขอให้สำเร็จสมบัติสามประการ
คือมนุษยสมบัติ แลสวรรค์สมบัติ
มีพระนิพพานสมบัติเป็นที่สุด
ตามประเพณีพระอริยเจ้า แต่ก่อนนั้นแล”

ความตอนนี้พบบนจารึกแผ่นทองหุ้มปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช ๑๘ (จ. ๕๒) เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๑๑.๓ เซนติเมตร ยาว ๖๘.๓ เซนติเมตร ใช้อักษรขอมธนบุรี – รัตนโกสินทร์ มี ๑ ด้าน ๓ บรรทัด อ่านและปริวรรตโดย ก่องแก้ว วีระประจักษ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๗ ได้ความทั้งหมดว่า

“ ฯ ศุภมัสดุ พระพุทธศักราชล่วงแล้วได้ ๒๓๗๗ พระวัสสา
จุลศักราชขึ้น เป็น ๑๑๘๗ ปี
เจ้าคุณมารดา เป็นอุปถัมภก
รักษาพระศาสนา ประกอบไปด้วย
อุตสาห รักษาพระไตรสรณคมน์
ด้วยศีลห้าเป็นนิตย์แลอุโบสถศีลเป็นอดิเรก
แลได้รักษาพระสงฆ์ แลสามเณร แลชีพราหมณ์
บุคคลรักษาศีลแลมีน้ำจิตศรัทธา
ได้ทำนุบำรุงพระเจติยสถานอันบรรจุพระบรมธาตุ
และพระระเบียงล้อมพระบรมธาตุ
ให้บริบูรณ์เสร็จแล้วยังมิได้เต็มศรัทธา
จึงเอาทองคำเนื้อเจ็ดหนักสามตำลึงสามสลึง
ตราส่งแผ่นหุ้มยอดพระบรมธาตุ
ให้มีผลานิสงส์เป็นอันมาก
ขอให้สำเร็จสมบัติสามประการ คือ มนุษยสมบัติแล
สวรรค์สมบัติ มีพระนิพพานสมบัติเป็นที่สุด
ตามประเพณีพระอริยเจ้า แต่ก่อนนั้น แล”

.
เมื่อตรวจสอบรูปการณ์และศักราชที่ปรากฏบนจารึกลานทองนี้แล้ว “เจ้าคุณมารดา” ผู้ศรัทธาถวายและเป็นเจ้าของคำอธิษฐานนี้ น่าจะคือ เจ้าจอมมารดานุ้ยเล็ก ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ธิดาเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัด) กับทูลกระหม่อมหญิงใหญ่ (นวล) พระนัดดาในพระเจ้านครศรีธรรมราชกับหม่อมทองเหนี่ยว
.
ดังจะเห็นว่า ความมุ่งหวังสูงสุดในที่นี้ คือการได้พระนิพพานสมบัติ ตามคติของพระพุทธศาสนา โดยเจ้าคุณมารดาได้อ้างเอาบุญกุศลที่บำเพ็ญมาทั้งส่วนการปฏิบัติบูชา มีการรักษาศีลเป็นอาทิ และอามิสบูชา เช่นว่า การบำรุงพระภิกษุ สามเณร เถรชี การบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์และพระระเบียง เป็นเหตุแห่งผล
.
ในวาระแห่งการเปลี่ยนพุทธศักราชใหม่อย่างสากลนี้ ผู้อ่านท่านใดประสงค์จะให้ผลแห่งชีวิตเจริญไปอย่างที่สุดเช่นไร ก็ขอให้สมดั่งเหตุที่สั่งสมไว้มาตลอดปีเถิดฯ