เปิดจดหมายจากเด็กชายบ้านศรีธรรมราช
ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

จากแหลมตะลุมพุก
ถึงบ้านศรีธรรมราช

หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรที่ประสบวาตภัยจากพายุโซนร้อนแฮเรียต เมื่อปีพุทธศักราช 2505 ซึ่งเป็นภาพจำสำคัญของ “แหลมตะลุมพุก” อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พระองค์ทรงมีความห่วงใยในความเดือดร้อนของราษฎรผู้ประสบภัยในครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงพระราชทานทุนทรัพย์จากเงินโดยเสด็จพระราชกุศล จำนวน 910,000.-บาท ให้กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้เป็นทุนจัดตั้งสถานสงเคราะห์เด็กขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในการให้การอุปการะเด็กที่บิดามารดาหรือผู้ปกครองเสียชีวิต หรือได้รับความเดือดร้อนจากวาตภัยครั้งนั้น

.

หมายความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช คือผู้พระราชทานกำเนิดสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราชนั่นเอง จึงทำให้ทุกคนที่ผ่านการดูแลอุปการะจากบ้านหลังนี้ ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นเหลือจะประมาณและพรรณนา เพราะตระหนักดีว่า ถ้า “ไม่มีพ่อ ก็ไม่มีบ้าน”

.

จนเมื่อเสด็จสู่สวรรคาลัย ยังความโศกเศร้ามาสู่พสกนิกรถ้วนไทยประเทศ กลุ่มนักเรียนทุนพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงได้เชื้อเชิญชาวนครศรีธรรมราชจัด“พิธีจุดเทียนศรัทธาถวายความอาลัย” เพื่อร่วมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ กับทั้งรวมใจชาวนครศรีธรรมราชน้อมส่งเสด็จพระธรรมราชาสู่สวรรคาลัย ในวันเสาร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2559 เวลา 18.00 น.

.

พิธีดังกล่าวเป็นไปตามกำหนดการ จนดำเนินมาถึงช่วงที่ผู้แทนเด็กจากสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช จะออกมาอ่าน “จดหมายถึงพ่อ” ดูเหมือนว่าเนื้อความในจดหมายจะเป็นบทสนทนาจาก “ลูก” ถึง “พ่อ” ที่สื่อสารบางอย่างถึงกัน และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดก็ต่างรู้สึกร่วม ในจดหมายฉบับนั้น เขียนไว้สั้น ๆ แต่มันมากพอที่จะทำให้ทุกคนที่ได้ยิน ณ ขณะนั้นใจสั่นเครือ ในนั้นเขียนว่า…

 

“พ่อครับ
ผมยังจำได้ดีว่าพ่อเคยบอกกับผมและน้องๆ ในบ้าน ว่าพ่อจะอยู่ถึงอายุ 120 ปี
ในตอนนั้นผมคงจะโตเป็นหนุ่ม เรียนจบ มีงานทำและคงแบ่งเบาภาระของพ่อได้บ้างแล้ว

พ่อครับ
ตั้งแต่ผมเกิดมา ทั้งที่คนอื่นมองว่าผมกำพร้า ขาดความอบอุ่น และด้อยโอกาส
แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เลย

พ่อครับ
ทุกคนในบ้าน ทั้งพ่อใหญ่ แม่บ้าน พ่อบ้าน บอกผมและน้องๆ เสมอ
ว่าบ้านนี้พ่อสร้างให้ พ่อคือคนที่คอยดูแลเอาใจใส่ในความเป็นอยู่ อาหารการกิน การศึกษา พ่อห่วงแม้กระทั่งชีวิตในอนาคตเมื่อเราโตเป็นหนุ่ม

พ่ออาจจะไม่รู้
ว่าทุกครั้งก่อนกินข้าว คนแรกที่พวกเราคิดถึงคือพ่อ
เราขอบคุณพ่อทุกครั้งก่อนที่จะตักข้าวคำแรกเข้าปาก
เราพูดว่า “อาหารมื้อนี้ ที่อยู่ตรงหน้าของข้าพเจ้า ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
ไม่มีน้องๆ ในบ้านคนไหนไม่รู้จักพ่อ ทุกหอพักมีรูปของพ่อ เกือบทุกมุมในบ้านมีรูปของพ่อ

พ่อครับ
ลูกรู้ว่าพ่อแค่อยากทำให้ลูกสบายใจว่าพ่อจะอยู่กับลูกตลอดไป สัญญาที่พ่อบอกมันมีคุณค่า พ่อไม่ได้อยู่กับลูกเพียงแค่ 120 ปีหรอกครับ พ่อจะอยู่กับลูก และน้องๆ ในบ้านตลอดไป

รักพ่อเท่าชีวิต
ลูกของพ่อ”

Recommended Posts

No comment yet, add your voice below!


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *