วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์อย่างไร 5 ขั้นตอนทำการตลาดออนไลน์ให้ยอดขายเพิ่ม

วิสาหกิจชุมชน ถือเป็น ฐานรากของภาคธุรกิจระดับครอบครัว หมู่บ้าน มีสินค้าหลากหลายทั้งหัตกรรม อาหารแปรรูปต่างๆ แต่น่าเสียดายที่สินค้าเหล่านี้ยังไม่ได้รับการทำการตลาออนไลน์อย่างจริงจัง ทำให้สินค้าผลิตออกมาแล้ว ขายไม่ได้ ขายได้น้อย ยิ่งยุคปัจจุบันด้วยแล้วโควิดระบาดจากที่วิสาหกิจชุมชนใช้ช่องทางงานแสดงสินค้าเป็นช่องทางการตลาด ขายสินค้า ทำไม่ได้เลย จึงต้องให้ความสำคัญกับตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น

วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์อย่างไร บทความนี้แนะนำ 5 ประเด็นสำคัญที่วิสาหกิจชุมชนควรรู้ และนำไปปรับใช้ในการวางแผนค้าขายบนโลกออนไลน์ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน

5 สิ่งที่วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์ ช่วยยอดขายเติบโต

1.พัฒนาสินค้าให้โฟกัสที่ตลาดต้องการ ไม่ใช่ที่ชุมชนผลิตได้เพียงอย่างเดียว

ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของวิสาหกิจชุมชนในการค้าขายในปัจจุบันคือ “สินค้าไม่ตอบโจทย์ตลาด” ด้วยเหตุที่ว่าวิสาหกิจเกิดจากการรวมกลุ่มกันทำสินค้าที่ตนเองทำกันได้ แต่ไม่ได้พิจารณาว่าตลาดต้องการไหม บ่อยครั้งที่ผลิตแล้วขายไม่ได้ ขายไม่ออก แม้สินค้าเหล่านั้นจะมีคุณภาพก็ตาม

นับหนึ่งในการขายออนไลน์ ควรสำรวจตลาดก่อนว่า สินค้าที่เราผลิตนั้นตลาดต้องการไหม บางสินค้าแค่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยก็ขายได้เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า บางสินค้แค่ปรับเปลี่ยนแพ็คเก็จก็ช่วยให้ขายดีเช่น สินค้าเกษตรแปรรูป แต่บางสินค้าต้องอาศัยงานด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาทำวิจัยเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ตลาด

เครื่องมืออย่างง่ายเบื้องต้นในการสำรวจความต้องการตลาดคือ Google Trend ผู้ประกอบการสามารถเช็คกระแสดลาดได้ว่า สินค้าเรามีคนค้นหามากน้อยขนาดไหน คุ้มค่าที่จะลงทุนลงแรงผลิตสินค้านั้นหรือไม่ หากคุ้มค่าก็ลงทุนได้เลย แต่ถ้าไม่มีคนค้นหาเลย ก็ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลา เสียเงินทองในการลงทุน

2.เปิดหน้าร้านออนไลน์บน Marketplace เช่น Lazada ,Shopee หรือ Line My Shop

เมื่อมั่นใจว่าสินค้าตอบโจทย์ตลาด ก็นำสินค้ามาสู่โลกของงานแสดงสินค้าออนไลน์ นั่นก็คือ Marketplace บนโลกออนไลน์ ซึ่งก็เปรียบเสมือนตลาดนัด หรือ งานมหกรรมขายสินค้าบนโลกแห่งความเป็นจริง เพียงแต่ว่ามหกรรมนี้จัดตลอด 24 ชั่วโมงและตลอด 365 วัน

เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการเปิดร้านบน Marketplace ไม่ว่าจะเป็น Lazada,Shoppe หรือ Line My Shop นั่นก็คือ การตั้งชื่อสินค้าต้องเป็นชื่อที่ลูกค้ามีการค้นหาด้วย ไม่ใช่ตั้งชื่อตามใจฉัน นอกจากนั้น รูปภาพประกอบการขายสินค้าต้อง สวย สะดุดตา น่าสใจ มีการทำกรอบให้โดดเด่น และที่สำคัญคือ การนำเสนอเนื้อหา แนะนำสินค้าต้องมีความน่าสนใจสุด เพื่อเปิดโอกาสให้คนได้อ่านและตัดสินใจซื้อสินค้าเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับเรื่องราคาก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย ส่วนนี้วิสาหกิจชุมชนควรมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นให้ดี คิดต้นทุนให้ครบ และจัดโปรโมชั่นให้น่าซื้อกว่าคู่แข่ง เพียงเท่านี้โอกาสในการสร้างรายได้ มีกำไร ก็จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

3.สร้างแฟนเพจ และทำคอนเทนต์แนะนำชุมชน สินค้า ให้คนรู้จัก เรียนรู้วิธีการลงโฆษณาด้วย

นอกจากการนำสินค้าไปแสดงในงานแสดงสินค้าบนโลกออนไลน์อย่าง Marketplace แล้ว วิสาหกิจชุมชนก็จำเป็นที่จะต้องมี โชว์รูป หรือ ห้องรับแขกไว้ต้อนรับลูกค้าใหม่ ๆ หรือไว้ให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาทำความรู้จักเราธุรกิจ รู้จักชุมชนเรามากยิ่งขึ้น

การมีแฟนเพจบนหน้า Facebook เป็นสิ่งยังคงจำเป็น (แต่ถ้าจะให้ดีควรมีเว็บไซต์เลยนะ)  เพราะเป็นช่องทางที่สร้างได้ฟรี สามารถลงรูปภาพกิจกรรมชุมชน ขั้นตอนการผลิต แนะนำสินค้า รีวิวต่างๆ ในช่องทางนี้ได้ และหากต้องการเพิ่มยอดขายให้ได้มากยิ่งขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องมีการลงโฆษณาสินค้าในช่องทางนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วแฟนเพจเราก็จะมีคนดูน้อย คนเข้าถึงน้อย โอกาสการขายก็น้อยลงเช่นกัน

4.สร้างช่อง Youtube เป็นของชุมชน เพื่อสร้าง Storytelling บอกเล่าเรื่องราวให้น่าสนใจ

ยุคนี้เป็นยุคของวีดีโอ เป็นโอกาสของธุรกิจที่สามารถเข้าถึงสื่อแบบนี้ได้เท่าๆ กับบริษัทยักษ์ใหญ่รายได้ร้อยล้านพันล้าน เมื่อก่อน VDO อาจจะเป็นแค่รูปแบบ TV ต้องจ่ายค่าโฆษณากันวินาที คิดกันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน แต่ปัจจุบัน เราสามารถมีช่องวีดีโอ ไว้นำเสนอสินค้าของเราเองได้ผ่านช่องทางของ Youtube

นี่คือโอกาสของ วิสาหกิจชุมชน ที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และมากยิ่งขึ้น สร้างช่อง Youtube ไม่ยุ่งยาก และการถ่าย VDO ปัจจุบันก็ทำได้ง่ายเพียงแค่มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำได้แล้ว เราสามารถถ่าย VDO แนะนำชุมชุน แนะนำสินค้า บอกเล่าส่วนผสม วิธีการผลิต รวมถึงรีวิวสินค้าจากลูกค้า เป็นการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเห็นสินค้า ตั้งแต่ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และรีวิว ทำให้เกิดความเชื่อถือในแบรนด์มากขึ้น โอกาสการยายยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ รู้อย่างนี้อย่าได้รีรอ รีบยกโทรศัพท์มาถ่าย VDO สรางช่อง Youtue เพื่อสร้างยอดขากยเพิ่มกัน

5.เปิด Line OA เพื่อใช้พูดคุยกับลูกค้าใหม่ และ เพิ่มยอดขายลูกค้าเก่า

หาลูกค้ามาได้แล้ว ก็ต้องรักษาลูกค้าไว้ให้ได้ !!! ลูกค้าใหม่ยิ่งหายากเท่าไหร่ หาได้มาแล้วต้องยิ่งรักษาให้อยู่กับเราไปนานๆ มากเท่านั้น วิสหากิจชุมชนต้องเปิดใช้บริการ Line OA เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าใหม่ และนำเสนอสิ่งดีๆ กับลูกค้าเก่าด้วยความสม่ำเสมอ

เคล็ดลับการดึงลูกค้าใหม่มาเข้าระบบใน Line OA เราอาจจะทำโปรโมชั่นเป็นส่วนลดให้กับลูกค้าใหม่เมื่อ เพิ่มมาเป็นเพื่อนกับ Line OA ของชุมชน ขณะเดียวกันก็ทำระบบสะสมแต้ม หรือ คูปองส่วนลดให้กับพวกเขาเพื่อเขาจะได้กลับมาเป็นลูกค้าประจำ มีการซื้อประจำมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นวิสาหกิจชุมชุนควรมีการบอร์ดแคส ส่งข่าวสาร นำเสนอข้อมูลดีๆ ให้กลับผู้ที่ติดตาม อย่าเน้นส่งแต่สินค้าโปรโมชั่น แต่ควรจะส่งสาระ ความบันเทิงให้กับลูกค้าด้วย เช่นอาจจะส่งคลิป VDO จากช่อง Youtbe พาเที่ยวทิพย์ชุมชน ทำให้ผู้ติดตามได้ประโยชน์และชุมชนเองก็ได้ประโยชน์จากการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวต่อไป สินค้ขายได้ ลูกค้าติด เพียงเท่านี้โอกาสที่ธุรกิจจะยืนได้ในระยะยาวก็มีมากยิ่งขึ้น

ทั้ง 5 ข้อที่แนะนำสำหรับ วิสาหกิจชุมชนทำการตลาดออนไลน์ ลองนำไปปรับใช้กับชุมชนของทุกท่าน โอกาสในการที่จะสร้างรายได้ในช่วงนี้มีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และอย่าลืมหมั่นอัพเดตความรู้ตัวเองอยู่เสมอ เพราะโลกออนไลน์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

วิธีขายของออนไลน์แบบไม่สต๊อกกับนายหน้าออนไลน์

อยากมีรายได้เสริม “ขายของออนไลน์” มักจะเป็นอาชีพที่ถูกค้นหาบ่อยและอยู่ในความสนใจของหลายคนเสมอ นับเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก ใช้ทุนน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น รวมถึงสินค้า รูปแบบธุรกิจ และช่องทางการขายก็มีหลายประเภท การขายออนไลน์ไม่ต้องสต๊อกสินค้ากับนายหน้าออนไลน์ เป็นอีกโมเดลธุรกิจในการสร้างรายได้ เหมาะกับคนที่ไม่มีสินค้าของตัวเอง ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไร เริ่มต้นได้โดยไม่ต้องตุนของให้รกบ้าน วิธีการไม่ยุ่งยาก อาศัยทักษะการใช้โซเชียลมีเดียในการขายสินค้า หรือขายออนไลน์อยู่แล้วแต่อยากมีรายได้เพิ่มอีกทาง แนวทางในการเป็น Affiliate Marketing หรือนายหน้าออนไลน์เป็นอย่างไร มีแพลตฟอร์มใดบ้างที่รับตัวแทนขายสินค้า

ตัวแทน หรือนายหน้าออนไลน์ คืออะไร

ลงทะเบียนฟรีที่นี่

Affiliate Marketing โมเดลขายสินค้าออนไลน์ที่ไม่ต้องผลิตสินค้า ไม่ต้องสต็อก ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องแพ็คของ และไม่ต้องจัดส่งเอง หน้าที่ของเราเพียงช่วยโปรโมทสินค้าหรือบริการนั้น ดูว่าสินค้าตัวไหนที่น่าสนใจ โดยการนำลิงก์สินค้าไปทำการตลาด แชร์ลิงก์ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok, Youtube, Blog เป็นต้น เมื่อมีคนซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของเรา และการสั่งซื้อเสร็จสมบูรณ์ ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น โมเดลนี้จึงไม่ต่างกับอาชีพนายหน้าที่หลายคนรู้จัก มีรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนเหมือนกัน เพียงแต่ขายสินค้าบนโลกออนไลน์ อย่างในไทยก็มีหลายแพลตฟอร์มที่เปิดรับ Affiliate partner หรือสมาชิก เช่น Accesstrade, Amot, Priceza Affiliate เป็นต้น ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้จะไปดีลสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่างเช่น  JD Central, Lazada, Shopee, Supersports  เป็นต้น ทางด้านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ก็เปิดรับตัวแทนขายเช่นกัน เพื่อให้ร้านค้าที่นำสินค้ามาลงขายในแพลตฟอร์มนั้น มีโอกาสขายได้มากขึ้น แทนที่จะทำการตลาดฝ่ายเดียว ก็ให้คนอื่นมาช่วยแชร์ลิงก์ ช่วยทำการตลาด โดยนำค่าดำเนินการที่หักจากร้านค้ามาจ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่น แม้ค่าคอมมิชชั่นอาจไม่สูงมาก แต่ถ้ารวมจากการขายสินค้าในจำนวนมากหรือหลากหลายช่องทางก็ถือว่าไม่น้อยทีเดียว

ตัวอย่างวิธีขายของออนไลน์แบบไม่สต๊อก การเป็นนายหน้าออนไลน์กับ Priceza Affiliate

ลงทะเบียนฟรีที่นี่

            สำหรับใครที่สนใจเป็นนายหน้าออนไลน์ของ Priceza Affiliate สามารถลงทะเบียนฟรีได้ที่นี่ เมื่อกดเข้าไปจะเจอหน้าแรกให้สมัครเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ผ่านทาง Youtube , Google Account  หรือกรอกข้อมูลในการสมัคร ประเภทของผู้สมัครมีทั้งรูปแบบบุคคลหรือบริษัท จากนั้นทำการยืนยันตัวตนผ่านทางอีเมล์ที่ระบุ จุดเด่นของ Priceza Affiliate คือ

  • จำนวนสินค้าที่มากกว่า 62 ล้านชิ้น มีร้านค้าชั้นนำและแบรนด์ต่างๆ มากมาย
  • รับค่าตอบแทนในรูปแบบ aCPC (Adjusted Cost-Per-Click) นอกจากค่าคอมมิชชั่นจากการแชร์ลิงก์แล้วเกิดการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ แค่คลิกลิงก์แต่ยังไม่มีการซื้อก็ได้รับเงินเช่นกัน เป็นวิธีที่เน้นให้ผู้คนเห็นสินค้ามากขึ้น
  • มีโบนัสพิเศษเมื่อเข้าเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ
  • Smart Link บางครั้งที่เราแชร์ลิงก์ไป แต่สินค้านั้นหมดหรือเลิกผลิต ในส่วนของ Priceza Affiliate จะมีลิงก์ใหม่ทดแทนให้อัตโนมัติ

เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ก็จะพบกับระบบหลังบ้าน สามารถค้นหาสินค้าที่สนใจ หรือเลือกจากร้านค้าแนะนำ แต่ละสินค้าจะมีรายละเอียด เช่น ชื่อแบรนด์ ราคา ส่วนลด อัตราผลตอบแทน รูปแบบค่าตอบแทนของ Priceza Affiliate จะเป็นค่าคอมมิชชั่น หรือCPC (cost per click) จากนั้นให้สร้างลิงก์โดยกดเข้าไปที่ Get Link เพื่อนำลิงก์ไปแชร์บนแพลตฟอร์มที่เราใช้งาน ในส่วนนี้สามารถ Tracking  กับช่องทางออนไลน์ที่ต้องการจะแชร์ เช่น Facebook, Instagram,  Youtube, Website  เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีการสั่งซื้อสินค้าจากช่องทางไหนบ้าง

สำหรับคนที่มีเว็บไซต์ และต้องการสร้างรายได้จาก Affiliate Marketing สามารถเข้าไปที่ Widget Generator ซึ่งเป็นรูปแบบการโชว์แถบสินค้าบนหน้าเว็บไซต์ โดยที่ไม่แสดงลิงก์ ทำได้ง่ายเพียงแค่กรอกชื่อเว็บไซต์ของเรา แล้วกด Generate จากนั้นนำ Code ไปวางในเว็บไซต์ โดยที่เราไม่ต้องเลือกสินค้าเอง สินค้าจะปรับเปลี่ยนไปตามความสนใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้น ส่วนใครที่มีช่องยูทูป สามารถเชื่อมโยงช่องของเราโดยเข้าไปที่ Social Media Connection  เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำรายได้จากสปอนเซอร์และคอนเทนต์ที่ผลิต

ลงทะเบียนฟรีที่นี่

ส่วนการนำลิงก์ไปวางในหน้าแฟนเพจ สามารถใส่แคปชั่น รีวิว เพิ่มคอนเทนต์ เพื่อดึงความสนใจให้คนกดเข้าไปดู แนะนำให้เขียนประมาณ 3-5 บรรทัด ในกรณีที่มีคนคลิกเข้าไปดู แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ อยากไปดูสินค้าอื่นเพิ่มเติมในเว็บไซต์นั้น แล้วเกิดถูกใจสินค้าและกดสั่งซื้อ เรายังคงได้รับค่าคอมมิชชั่นเช่นกัน ถือว่าคนที่แนะนำให้มาซื้อสินค้าคือเรา เพราะลิงก์ที่เราแชร์ไว้และมีคนคลิกเข้าไปได้ถูกบันทึกไว้แล้ว แต่ภายใต้เงื่อนไขว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่งต้องไม่มีลิงก์ของคนอื่นมาทับลิงก์ของเรา เช่น  นาย A และนาย B ทำหน้าที่เป็นนายหน้า วันแรกนาย C คลิกลิงก์ของนาย A แต่ยังไม่สั่งซื้อ วันที่สองนาย C คลิกลิงก์ของนาย B  ปรากฏว่านาย B มาทีหลัง ข้อมูลจะถูกบันทึกเป็นของนาย B ทันที นั่นหมายความว่า ตราบใดที่มีคนคลิกผ่านลิงก์เรา โดยที่ไม่ไปคลิกลิงก์คนอื่น (ที่เป็นนายหน้าจากร้านค้าเดียวกัน) ไม่ว่าคนๆ นั้นจะซื้อสินค้าอะไรก็ตาม เราจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อทั้งหมด

ลงทะเบียนฟรีที่นี่

           วิธีขายของออนไลน์แบบไม่สต๊อก Affiliate Marketing หรือนายหน้าออนไลน์ เป็นช่องทางสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ ที่สามารถทำคนเดียวได้ โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องตอบแชท อยู่บ้านก็มีรายได้เข้ามา เป็นอีกวิธีในสร้างรายได้ 24 ชั่วโมง นี่จึงเป็นโอกาสเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจขายของออนไลน์ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เริ่มต้นทำได้ง่าย ใช้เวลาทำความเข้าใจไม่นาน สำหรับมือใหม่ที่สนใจหารายได้จากวิธีนี้ แนะนำให้แชร์ผ่านโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์ส่วนตัวหรือแฟนเพจ ในช่วงเริ่มต้นค่าตอบแทนอาจไม่ได้มากมาย แต่ก็สามารถทดแทนรายได้บางส่วนที่หายไป และยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองในการก้าวเข้าสู่การหารายได้บนโลกออนไลน์อีกด้วย

ชมคลิปย้อนหลังรายการ “ช่องทางสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้” ได้ที่นี่ 

ติดตามชมรายการ Live “ช่องทางสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้” ทุกวันอังคารเวลา ๑๙.๓๐-๒๐.๓๐ น.

มือใหม่ หัดขายออนไลน์ด้วย Line marketing: เริ่มทำการตลาดใน line OA ต้องทำอย่างไร

ต้องยอมรับว่าการขายสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าสามารถสร้างยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งรวมไปถึงแบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ ครับ แต่แม้ว่าโลกออนไลน์จะการันตียอดขายและรายได้ให้กับธุรกิจได้จริง แต่ทว่าหากคุณไม่ทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จัก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับผู้อื่นก็อาจจะยากขึ้น ดังนั้นก่อนที่จะค้าขายออนไลน์คุณจำเป็นที่จะต้องสร้างตัวตนและรู้วิธีการทำการตลาดออนไลน์เสียก่อน สำหรับบทความนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ในช่องทางของ Line OA ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียมาแนะนำให้ทุกคนรู้จักครับ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเรียนรู้ไปพร้อม ๆกันเลย

ทำไม Line OA จึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจในการทำการตลาดออนไลน์

โค้ชแชมป์ ปรีดี โรจน์ภิญโญ

“คุณปรีดี โรจน์ภิญโญ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ โค้ชแชมป์” ผู้เชี่ยวชาญในการทำการตลาดออนไลน์ในแพลตฟอร์มอย่าง Line OAได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเอาไว้ว่า ในประเทศไทยคนไทยนิยมใช้แอพพลิเคชั่น Line กันเป็นจำนวนมาก โดยในปัจจุบันพบว่ามีบัญชีผู้ใช้งานถึงกว่า 47 ล้านบัญชี และพบว่าคนไทยใช้ไลน์เป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารในชีวิตประจำวันครับ และที่สำคัญที่สุดที่ทำให้การทำการตลาดใน Line OA มีความน่าสนใจก็คือ ไลน์เป็นแอพพลิเคชันทางโซเชี่ยลมีเดียชนิดเดียวเท่านั้นที่คุณสามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ด้วยการสื่อสารเพียงครั้งเดียว และยังใช้ค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนักครับ นี่จึงเป็นความน่าสนใจของบรรดาร้านค้าหรือเจ้าของแบรนด์ต่าง ๆให้หันมาสนใจทำการตลาดออนไลน์บน Line OA กันมากขึ้น

4 เทคนิคการทำการตลาดออนไลน์เบื้องต้นบน Line OA

สำหรับเทคนิคที่น่าสนใจในการทำการตลาดออนไลน์บน Line OA โค้ชแชมป์ได้สรุปไว้เป็นแนวทางที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

1.การสร้าง

การสร้างในที่นี้หมายถึงการสร้างบัญชี Line OA เพื่อเริ่มต้นการใช้งานนั่นเอง ซึ่งโค้ชแชมป์ได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้งาน Line OA ไว้ดังนี้

เหตุที่เราต้องใช้ Line OA ก็เพราะการที่เราจะสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นได้เราจำเป็นต้องหาลูกค้าใหม่เข้ามาเรื่อย ๆจึงจะมียอดขายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่หากเราต้องการความยั่งยืน “ลูกค้าเก่า” คือคำตอบที่คุณต้องการ แล้วช่องทางเดียวที่เราจะสามารถคุยกับลูกค้าเก่าได้ก็คือช่องทางใน Line OA โดย Line OA จะช่วยให้เราประชาสัมพันธ์ได้ง่ายด้วยฟังก์ชั่นการ broadcast ที่จะทำให้เราสื่อสารถึงคนหมู่มากด้วยการส่งข้อความเพียงครั้งเดียว และเรายังสามารถพูดคุยกับลูกค้าได้โดยตรงได้นี่ก็คือข้อดีของLine OA ที่โซเชี่ยลอื่นไม่มี 

2.การชวน

การชวนก็คือการเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้ามาติดตามบัญชี Line OA ของเราโดยลูกค้าที่เข้ามาติดตามสามารถสั่งซื้อสินค้าที่เขาต้องการรวมไปถึงการพูดคุยกับคุณผ่านช่องทางนี้ได้ครับ โดยการเชิญชวนให้คนเข้ามาติดตาม Line OA มีวิธีการชวน 2 แบบดังนี้

  • ใช้การชวนโดยการกดลิ้งค์
  • ใช้กลยุทธ์ในการชวนว่าจะทำอย่างไรให้คนเข้ามาติดตามร้านเรา

กลยุทธ์ในการเชิญชวนให้คนเข้ามาติดตามใน Line OA

กลยุทธ์ในการนำคนเข้ามาให้ติดตาม Line OA ที่โค้ชแชมป์แนะนำก็คือ “เราต้องบอกสิ่งที่เขาจะได้ว่าเมื่อเขาเข้ามาติดตามเราผ่านช่องทาง Line OA แล้วเขาจะได้อะไรจากเรา” โดยข้อเสนอที่น่าสนใจที่จะดึงดูดให้คนมาติดตามเราได้มากขึ้นอาจจะเป็นโปรโมชั่นต่าง ๆที่ลูกค้าจะได้รับที่ไม่มีในช่องทางอื่น เป็นการนำเสนอคุณค่าให้แก่พวกเขาวิธีการหนึ่งครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่โค้ชแชมป์แนะนำก็คือ อย่าไปให้ความสำคัญกับปริมาณของผู้ติดตามแต่ให้คัดเลือกเอาเฉพาะผู้ที่สนใจและต้องการที่จะซื้อสินค้าของเราจริง ๆเท่านั้น อย่าสนใจแต่เพียงจำนวนแต่ให้คำนึงถึงคุณภาพด้วย จากนั้นก็ค่อย ๆทะยอยย้ายลูกค้าเข้ามาแล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครับ

แต่ถ้าเป็นลูกค้าใหม่ เขาอาจไม่ได้อินกับสินค้าของเรามากนัก เราจำเป็นต้องกระตุ้นความอยากรู้โดยให้ดึงพวกเขาเข้าไปดูรายละเอียดใน Line OA หรือใช้การจัดโปรโมชั่นใน Line OA มาช่วยสร้างความน่าสนใจ และเมื่อพวกเขามาอยู่ใน Line OA แล้วก็เป็นเรื่องง่ายที่เราจะประชาสัมพันธ์ครับ

ในบางกรณีเราต้องถามตัวเองว่าลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าของเราเพราะอะไร เราสามารถขายสินค้าในเชิงคุณค่าด้านอื่น ๆได้หรือไม่ เช่นเอาไปเป็นของฝาก ถ้าทำเช่นนี้ได้เราจะขายสินค้าให้กับลูกค้าได้เรื่อย ๆ ในทุกเทศกาล

2.การใช้

การใช้ในที่นี้ก็คือการใช้งาน Line OA ในการทำการตลาด ซึ่งวิธีการที่ใช่ก็คือการ broadcast ครับ โดยหากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายก็คือการประชาสัมพันธ์ในทำนองเดียวกับที่เราฟังข่าวสารตามช่องทางต่าง เชานสถานีวิทยุหรือโทรทัศน์นั่นเอง แต่สำหรับการ broadcast ในช่องทาง Line OA คือการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของแชทร้านค้าที่จะส่งถึงผู้ติดตามทั้งหมดที่ติดตามคุณครับ จุดเด่นที่ทำให้การประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Line OA มีประสิทธิภาพมากกว่าการสื่อสารในข่องทางโซเชี่ยลอื่น ๆก็คือการที่คุณสามารถเข้าถึงคนจำนวนมากได้อย่างง่ายดายด้วยการ broadcast เพียงครั้งเดียวซึ่งโซเชี่ยลมีเดียอื่น ๆทำไม่ได้ครับ

ส่วนค่าบริการในการ broadcast นั้น ทาง Line OA จะคิดค่าบริการในอัตรา 4 สตางค์ต่อ 1 ข้อความ และมีบริการฟรีให้เดือนละ 1,000 ข้อความ ส่วนวิธีการคิดจำนวนครั้งก็คือหากคุณมีผู้ติดตาม 1,000 คน และคุณ broadcast เรื่องใดเรื่องหนึ่งไปหาพวกเขาทั้งหมดก็คือจำนวนข้อความ 1,000 ข้อความครับ และถ้าเกือนนั้นคุณจะ broadcast เรื่องอื่นให้พวกเขาอีกจึงจะเริ่มคิดค่าบริการในอัตราที่กำหนดนั่นเอง

4.การเก็บข้อมูล

การเก็บข้อมูลของลูกค้ามีผลต่อการขายสินค้าออนไลน์อย่างคาดไม่ถึงครับ โดยทาง Line OA มีวิธีการจัดเก็บข้อมูลจองลูกค้าอย่างง่าย ๆไว้ให้บริการเราโดยการใช้ แท็กซึ่งเป็นเสมือนลาเบลที่เราจะสามารถระบุข้อมูลของลูกค้าได้เลยว่าลูกค้าแต่ละรายเคยซื้อสินค้าอะไรกับเราบ้าง เพื่อให้เราสามารถนำเสนอข้อเสนอที่โดนใจพวกเขามากขึ้นสำหรับการซื้อสินค้าในครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งจะไปเพิ่มความประทับใจให้แก่พวกเขาได้ครับเพราะเขาจะรู้สึกว่าคุณจำพวกเขาได้และเข้าใจความต้องหารของเขา และมีโอกาสที่พวกเขาจะไปบอกต่อแบบปากต่อปากทำให้เราก็จะได้ลูกค้าเพิ่มโกยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย นอกจากนี้เรายังสามารถดูประวัติการพูดคุยใน Line OA ได้ เพื่อดูพฤติกรรมในการซื้อของลูกค้าครับ

นอกจากนี้ใน Line OA ยังมีฟังก์ชั่นโน้ต ที่จะช่วยบันทึกข้อมูลทั่วไปของลูกค้าได้  โดยเราสามารถเก็บข้อมูลของพวกเขาเช่นชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความประทับใจได้เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าเราจำเขาได้นั่นเอง ยิ่งคุณเก็บข้อมูลฐานลูกค้าไปเรื่อย ๆและดูแลพวกเขาดีเป็นอย่างดี คุณจะได้ยอดขายเพิ่มโดยไม่ต้องเสียค่าการตลาดเพิ่มเลย และหากคุณออกผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา ลูกค้าเก่าจะมาซื้อเพราะความเชื่อใจต่อตัวคุณครับ

เทคนิคการใช้ฐานข้อมูลของลูกค้าโดยการทำ Cross sale

Cross sale คือการแลกเปลี่ยนฐานลูกค้าระหว่างกันของร้านค้าหรือแบรนด์ 2 แบรนด์ เมื่อคุณเริ่มมีลูกค้าเก่ามากขึ้น คุณสามารถสร้างพันธมิตรทางการค้าระหว่างคุณกับแบรนด์อื่น ๆโดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลฐานลูกค้าที่คุณทั้ง 2 ต่างก็มีได้ครับแทนที่คุณจะมาคอยมองหาลูกค้าใหม่ ๆ เราสามารถแลกกลุ่มลูกค้าระหว่างกันได้โดยตรง ซึ่งอาจนำสินค้าจากร้านพันธมิตรมาขายในร้านของเรา เราก็จะได้สินค้าใหม่ ๆ มาขาย โดยร้านที่เป็นพันธมิตรก็ได้ออเดอร์ ได้ลูกค้าเพิ่ม สำหรับลูกค้าก็จะได้ซื้อสินค้าใหม่ ๆ จากร้านที่เขามั่นใจครับ

จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเริ่มต้นด้วยการลงมือทำเท่านั้นครับ อย่ากลัวที่จะลงมือทำเพราะไม่มีใครหรอกที่จะประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องลงมือทำหรือไม่เคยล้มเหลวมาก่อน เรียนรู้สิ่งที่ทำและปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด การลงมือทำเป็นก้าวแรกเสมอก่อนที่เราถึงจะเติบโตและประสบความสำเร็จในที่สุด

ติดตาม Live สดรายการ “ช่องทางสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้” ทางแฟนเพจ nakhonsi station ที่นี่นครศรีธรรมราช ทุกคืนวันอังคาร เวลา 19.30-20.30 น.

ชาวสวน ชาวไร่ ติดต่อบริการ Nakhonsistation ช่วยขาย ได้ที่ Line @nakhonsistation หรือโทร 0926565298

 

มือใหม่เริ่มขายออนไลน์ Lazada #ช่องทางสร้างอาชีพเพิ่มรายได้

 

แนะนำเคล็ดลับขายดีบน Lazada จากพี่เฟรนด์ อรรถพล กิตติธรรมสาร ผู้แต่งหนังสือ กลยุทธ์และวิธีขาย ให้รวยได้จริงที่ Lazada

วันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลา 19.30-20.30 น.

จัดโดย เพจ Nakhonsi Station ที่นี่ นครศรีธรรมราช

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=327144705570209&id=101902355344480

Lazada มี 2 ระบบ

1) Lazada.co.th สำหรับคนเข้ามาซื้อของ

2) Seller Center สำหรับผู้ขายสินค้า

1. การสมัคร พิมพ์ใน Google ว่า “สมัคร Lazada” เพื่อเข้าสู่หน้าสมัคร หลังจากนั้นดำเนินตามขั้นตอนการสมัคร ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

2. การตั้งชื่อร้าน

ควรเป็นคำค้นที่หาง่ายๆ ใช้ชื่อร้านสั้นๆ ชื่อร้านมีผลต่อการออกแบบโลโก้หรือตราสินค้าให้ลูกค้าจดจำง่ายๆ ต้องคิดเสมอว่าลูกค้าค้นหาคำอะไร เช่น อาหารทะเลสด ควรใช้ อาหารทะเลแห้งหรอย ปลาหมึกแห้ง 100 กรัม

3. รูปสินค้า ต้องมีบรรจุภัณฑ์สวยๆ ใส่โลโก้เข้าไป จัดวางสินค้าแล้วถ่ายรูปชัดๆ ให้มีแสงส่องสินค้า

4. ควรใส่ข้อความโปรโมชั่นที่เน้นส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้ตัดสินใจขาย เช่น ซื้อตอนนี้ ลด….บาท/ ซื้อ 2 แถม 1/
ถ้าซื้อ 2 ชิ้น ลดอีก 5% / ซื้อ 5 ชิ้น ส่งฟรี เป็นต้น

5. ใส่ข้อความชวนให้ดูน่าซื้อ

6. เมื่อเริ่มขายแล้ว ต้องพยายามทำให้ลูกค้ากดดู และกดซื้อ จนติดใจกลับมาซื้อ และแชร์หรือรีวิว อาจชวนเพื่อนๆ หรือญาติๆ ให้คนรู้จักเข้าไปซื้อ และช่วยรีวิว หรือแชร์ในเฟสบุ๊ก/ LINE

7. ไม่ควรใส่แค่รูป โดยไม่มีรายละเอียด ไม่มีข้อความส่งเสริมการขาย/ กระตุ้นจูงใจให้ซื้อ

8. LazAroi เป็นตราโลโก้ที่เน้นผลิตภัณฑ์ชุมชน

9. ควรทำ  Card (การ์ด) หรือ Coupon (คูปอง) ที่ทำให้ลูกค้าจำได้ว่านี่คือร้านเรา ที่บอกเขาว่ามีส่วนลด หรือให้ช่วยรีวิวแล้วจะมีส่วนลด ทั้งนี้ Lazada จะให้เราสร้างคูปองติดตามร้านค้าให้ส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปแล้วกลับมาติดตามหรือรีวิว

10. ใน 1 ร้าน อย่าขายสินค้าคนละประเภท เพราะ เลข 1 บัตรประชาชนใช้ได้ 20 ร้านค้า (แต่ควรจะคนละเบอร์โทร/ อีเมล) ดังนั้น ควรจัดหมวดหมู่ในร้านค้าเราให้เหมาะสม เช่น เปิดร้านปลาแห้ง แล้วไม่ควรนำเซรั่มเข้ามาขายด้วย ลองนึกดูว่าเราไปร้านกาแฟ แล้วมีเซรั่มวางบนโต๊ะ ควรจะมีขนบอบแห้งหรือสินค้าควบคู่กับกาแฟ ไปรษณีย์ไทยจะมีตู้กระจกขายของหลายอย่างซึ่งคนมาใช้บริการจะใช้บริการส่งของมากกว่ามาซื้อของ….เป็นการวางสินค้าที่เสียโอกาสในการขาย

11. ห้าม สินค้าผิดกฎหมาย ละเมิดลิขสิทธิ์/ คัดลอก

12. ห้ามนัดเจอซื้อขายนอก (ต้องซื้อขายผ่านระบบเท่านั้น) อาหาร/เครื่องสำอางที่ไม่มี อย. รับรอง

13. การขนส่ง เราจะเลือกได้เพียง 1 เจ้า มี 2 แบบ คือ Drop Off (เราไปส่งเอง เช่น ไปส่งที่ Kerry, ไปรษณีย์ไทย, Flash โดยเราไม่ต้องจ่ายค่าขนส่ง แค่ไปบอกร้านว่าเรา Drop Off) และ Pick Up (มีรถมารับ) การตั้งค่าขนส่ง อยู่ที่เราตั้งว่าเราออก หรือลูกค้าออก เวลาลูกค้ากดซื้อของ ระบบจะคิดค่าขนส่ง

14. ค่าธรรมเนียมชำระเงิน ทาง Lazada จะจ่ายให้เราทุกวันพุธ ถ้าลูกค้ารับของวันจันทร์-อาทิตย์ จะไปจ่ายพุธหน้า หรือมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ตรงวันพุธ วันจ่ายก็จะเลื่อนไป

15. กรณีลูกค้าไม่รับของ เช่น การเก็บปลายทาง เราควรโทรหาลูกค้าก่อนว่าเขาจะจ่ายได้ไหม ของที่ให้ตรงกับจำนวนตามที่เขาต้องการหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ระวังชื่อคนแปลกๆ ที่อยู่แปลกๆ ควรติดต่อกับ Lazada ให้ยกเลิกได้

16. ขายดีได้อย่างไร

1) เป็นสินค้าค้นหายอดนิยม/ อยู่ในกระแส เช่น ปีใหม่ที่ผ่านมา วัตถุมงคลไอ้ไข่ซึ่งมีคนค้นหาสิ่งนี้มากๆ

2) ขายถูกที่สุด แต่ไม่แนะนำ เพราะไม่ยั่งยืน

3) เราเข้าใจระบบของ Lazada เพื่อความรวดเร็วในการซื้อขาย การตอบ การขนส่ง การส่งเสริมการขาย/ กระตุ้นให้ซื้อ (ซื้อ 2 แถม 1/ ซื้อ 2 ลดอีก 10%, ซื้อ 10 ชิ้น ฟรีค่าขนส่ง)

4) จับกลุ่มลูกค้าให้ได้ เน้นลูกค้าที่สนใจจริง ถ้ามาถามแล้วหายไป ต้องระวัง จะทำให้เสียเวลา

17. วิธีตรวจสอบสินค้า / การสร้างความมั่นใจของลูกค้า

1) ดูมาตรฐาน (มอก., อย. จริงๆ แล้ว Lazada ควบคุมได้ แต่ก็ไม่ 100% เช่น สินค้าจากจีน) อย่างไรก็ตาม LazAroi เป็นตราโลโก้ที่เน้นผลิตภัณฑ์ชุมชน นั่นคือ ชุมชนสามารถนำสินค้าการเกษตรขายได้ แต่ก็ต้องดูข้อกำหนดในระบบ Lazada ก่อนลงสินค้าด้วย

2) ดูรีวิวหรือการแสดงความเห็นของคนที่เคยใช้บริการ

3) ถามแล้วตอบกลับไว

4) ดูโลโก้ Lazmall (การันตรีสินค้าแท้)

5) หน้าโปรโมชั่นของ Lazada ที่มีสินค้านั้นขึ้น หรือมีโลโก้วันลดราคา เช่น 06-06 Sale (ลดวันที่ 6 เดือน มิ.ย.)

สรุป เตรียมตัวอย่างไร

1) การถ่ายภาพต้องดูดึงดูดใจ ถ้าแทรกคลิปวิดีโอจะได้ยิ่งดี (สร้างคอนเทนต์หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ เช่น ภาพการหยิบจับ การแกะสินค้า การใช้งานสินค้า พูดแนะนำสินค้า อะไรที่สื่อว่าอร่อย แสดงภาพการนำน้ำพริกไปทำอาหารเมนูต่างๆ ได้ ทั้งนี้ ใน Lazada สามารถแปะลิงก์ยูทูปที่เราลงวิดีโอได้ด้วย)

2) การจัดส่ง จะส่งแบบไหน Drop Off หรือ Pick Up

3) หมั่นสร้างสรรค์กลยุทธ์ส่งเสริมการขายกระตุ้นการซื้ออย่างสม่ำเสมอ

4) หมั่นออกแบบและเปลี่ยนรูปแบบสินค้าที่ดูน่าสนใจอย่างสม่ำเสมอ

ติดตามชมผ่าน Youtube ย้อนหลัง

https://www.youtube.com/channel/UCulmpolV5St8U5g0fGXWQxA

เพจ Nakhonsi Station ที่นี่ นครศรีธรรมราช

https://web.facebook.com/NakhonsiStation

ลงทะเบียนขายสินค้าชุมชน https://forms.gle/jMTDQMWc4fbdrPnD8

ขอบคุณ สรุปเนื้อหาคลิปจาก อ.ปุณยวีร์ ศรีรัตน์