Workation ที่ไหนดี @นครศรีธรรมราช

วันนี้จะพามาดูสถานที่ที่เหมาะกับการนั่งทำงานและพักผ่อนสบายๆ สไตล์คนชิลล์ @นครศรีธรรมราช มีสถานที่ให้ Workation มากมาย แต่บทความนี้จะคัดสถานที่สุดชิลล์ ที่เหมาะสมกับการนั่งทำงานและนั่งพักผ่อนหย่อนใจนั่งทำงานมองทัศนียภาพรอบๆฟังเสียงธรรมชาติให้ร่างกายและจิตใจได้ชาร์จแบตอย่างเต็มที่ ไอเดียงานลื่นไหล

Workation ที่ไหนดี @นครศรีธรรมราช แนะนำ 7 สถานที่สุดชิล

1.หมู่บ้านคีรีวง

เครีดิตรูปภาพ https://www.sanook.com/travel/1400081/

เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีวิถีชีวิตที่สงบอยู่กับธรรมชาติ หมู่บ้านคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้และสายน้ำ ทำให้สามารถนั่งทำงานในโฮมสเตย์ โดยที่สูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด มองต้นไม้และท้องฟ้าได้อย่างเต็มตา ฟังเสียงนกและเสียงน้ำได้อย่างเต็มหู หากอยากจะชมรอบๆหมู่บ้านก็สามารถเช่าจักรยานภายในหมู่บ้านปั่นชมได้ ในหมู่บ้านมีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านผลิตเอง รวมถึงผลไม้ในตลาดก็เป็นผลไม้จากสวนที่ชาวบ้านปลูกเองด้วยเช่นกัน ในช่วงฤดูหน้าผลไม้ ที่ตลาดจะมีทั้งผลไม้สดและผลไม้แปรรูปให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย จะเลือกซื้อไปทานหรือจะนำกลับไปเป็นของฝากให้คนที่บ้านก็ดีทั้งนั้น หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน

2.หาดสิชล

เครดิตรูปภาพ https://www.ryoiireview.com/article/cafe-khanom-sichon/

เป็นหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสๆ หาดโค้งมีทิวทัศน์สวยงาม มีคาเฟ่ให้นั่งชิลล์ริมหาด นั่งทำงานเพลินๆ มองทะเลที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เปิดเพลงคลอเบาๆ ก็ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการ Workation ได้ดีมากๆเลยทีเดียว หาดสิชล ตั้งอยู่ที่ตำบลสิชล อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น.

3.ปากพนัง

เครดิตรูปภาพ https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21171

อีก 1 สถานที่เหมาะแก่การ Workation  ปากพนังเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญและเฟื่องฟูในอดีต เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล พักผ่อนล่องเรือชมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชมโรงสีเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทั้ง 2 ข้างปากแม่น้ำปากพนัง ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมคอนโดนกนางแอ่นอีกด้วย ทำงานเหนื่อยๆ แวะเดินตลาด 100 ปีเมืองปากพนัง ดื่มด่ำกับวิถีความเป็นอยู่ อาคารบ้านเรือนยุคโบราณ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ มีตลาดย้อนยุคให้เดิน ดู ดม ชม ชิม อาหารอร่อย บรรยากาศพื้นบ้านมีดนตรีไพเราะเล่นให้ฟังสร้างความสุนทรีผ่อนคลายได้แน่นอน

4.เขาศูนย์

เครดิตรูปภาพ https://www.facebook.com/Nakhonholiday/photos/pcb.7241417082566632/7241415039233503/

เป็นภูเขาที่มีจุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้รอบทุกทิศ360 องศา สามารถชมทะเลหมอกกระทบกับแสงอาทิตย์ ท่ามกลางอากาศเย็นๆตลอดทั้งปี ดื่มเครื่องดื่มที่ชอบสักแก้วขณะทำงาน ดื่มดำบรรยากาศที่สบายตา สบายกาย สบายใจ เขาศูนย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น.

5.เนินเทวดา – เนินนางฟ้า

เครดิตรูปภาพ https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21516

เป็นจุดชมวิวทะเลสีฟ้าคราม ที่รายล้อมด้วยต้นไม้และทิวเขาแบบกว้างไกล มีซุ้มไม้ไผ่ให้นั่งทำงานตากลมชมวิวทิวทัศนียภาพแบบชิลล์ๆ เนินเทวดา – เนินนางฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.

6.เขาเหมน หรือ เขาพระสุเมรุ

เครดิตรูปภาพ https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/1858

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง อากาศหนาวเย็น ลมพัดแรงและมีเมฆปกคลุมเกือบทั้งปี จุดชมทิวทัศน์สามารถมองเห็นวิวโดยรอบ นั่งทำงานพร้อมกับนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกท่ามกลางอากาศเย็นๆ เพลินๆชิลล์ๆ ตลอดทั้งวัน เขาเหมน หรือ เขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น.

7.อ่างเก็บน้ำกะทูน

เครดิตรูปภาพ https://wellnessnakhon.sct.ac.th/th/?c=todo&a=8&sc=l4&lf=ta&m=topic

ถูกขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แดนใต้ เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยพื้นที่น้ำในอ่างเหนือเขื่อนใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีซากหมู่บ้านที่เคยเกิดอุทกภัย โผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้เห็นยอดชัดเจน สามารถไปนั่งทำงานชิลล์ๆ ที่ริมน้ำได้ มีร้านกาแฟที่สามารถนั่งมองวิวทิวทัศน์กว้างขวางไกลสุดตา 360 องศาของอ่างเก็บน้ำกะทูนท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า แสงตกกระทบผิวน้ำสวยงามมาก ดีต่อตา ดีต่อใจสุดๆ

สถานที่สุดชิลล์ workation@นครศรีธรรมราช คัดมาให้เน้นๆ กับสถานที่ที่เหมาะสมกับการนั่งทำงานและนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ฟังเสียงใบไม้พริ้วไหว ฟังเสียงนก ฟังเสียงน้ำ มองวิวทิวทัศนียภาพอย่างสบายตา ชาร์จพลังให้ร่างกายและสมองอย่างเต็มเปี่ยม รับรองเลยว่าหากมาแล้วจะมีความสุขมากๆ แฮปปี้กับการ workation แบบสุดๆ จนอยากจะมาซ้ำๆ อีกแน่นอน

ยังมีอีกหลายสถานที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เหมาะแก่การมา Workation มาเปลี่ยนบรรยายกาศที่ทำงานกันที่นครศรีธรรมราช พวกเราชาวนคร ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ นักท่องเที่ยวตลอดเวลา

7 เหตุผลควรมา Workation @ นครศรีธรรมราช

เหตุผลที่ควรมา Workation @ นครศรีธรรมราช ทำงานไปด้วย พักผ่อนไปด้วยที่นครศรีธรรมราช ได้ทั้งงาน ได้ทั้งความสุข ได้ทั้งสุขภาพ จบครบที่เดียว หากจะเลือก Workation สักที่ @นครศรีธรรมราช ก็เป็นหนึ่งจังหวัดที่เราแนะนำ เพราะอะไรไปดูกันเลย

1.อากาศดีมาก จังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนที่ดีที่สุดในประเทศ

มีธรรมชาติโอบล้อมทั่วทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีครบทั้ง ภูเขา,ทะเล,น้ำตก,ถ้ำ,อ่าว,เกาะ,ป่าไม้ (เป็นเมืองแห่งโอโซน!!) ได้มองน้ำ ดูต้นไม้ สูดอากาศบริสุทธิ์ ตลอดการ Workation การที่ได้ทำงานโดยที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ นอกจากจะสดชื่น สบายปอดและสบายตาแล้ว ยังส่งผลให้ คิดงานได้อย่างลื่นไหล ไอเดียพุ่งกระฉูดอีกด้วย  เพราะสมองไม่เครียด สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆก็วิ่งเข้ามา  ทำให้งานมีไอเดียใหม่ๆเพิ่มเข้าไปด้วย อัพเกรดงานให้ดีขึ้นไปอีก

2. เดินทางสะดวก รถรา เครื่องบิน มีให้เลือกไปไหนมาไหนสะดวก

มีรถโดยสารทั้งในและนอกจังหวัด  ภายในจังหวัดมีสถานีขนส่ง เดินทางไปรอบๆเมืองไปอำเภอใกล้เคียง ไปจังหวัดใกล้เคียง มีรถให้เลือกเดินทางหลากหลายรูปแบบ เช่น รถตู้,รถเมล์,รถสองแถว,รถไฟ และยังมีท่าอากาศยาน สำหรับเดินทาง ทางเครื่องบิน อีกด้วย  มีให้เลือกเดินทาง 5 สายการบินด้วยกัน  นั่นคือ สายการบินไทยสมายล์,นกแอร์,ไทยเวียดเจ็ทแอร์  ไทยแอร์เอเชียและไทยไลอ้อนแอร์  เลือกได้เลย ว่าอยากเดินทางในรูปแบบไหน  เลือกแบบที่คุณแฮปปี้ได้เลย

3. พื้นที่กว้างขวาง ไม่แออัด สามารถนั่งทำงานและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

ทำงานได้สบายใจ ไม่รู้สึกอึดอัด  เพราะพื้นที่ของจังหวัดนี้นั้น กว้างใหญ่มาก และพื้นที่ธรรมชาติเยอะมาก นั่งทำงานตรงไหนก็ไม่รู้สึกอึดอัด เพราะปลอดโปร่งสุดๆไปเลย  นั่งจิบเครื่องดื่มชิวๆ ไปพร้อมกับการทำงาน ฟินสุดๆ งานก็เดิน ชีวิตกได้ผ่อนคลาย สบายใจ สบายกาย ได้ตังก์ชิลๆ

4. มีความสงบมาก  เหมาะกับการพักผ่อน และหนีความวุ่นวายมาเสริมบุญ

นอกจากธรรมชาติจะเยอะแล้ว ยังมีวัดวาอารามให้เข้าไปทำบุญ ทำทานอีกหลายแห่ง ยกตัวอย่างเช่น

วัดดังของจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนี้ก็คือ “วัดพระมหาธาตุวรวิหาร” เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในพระบรมธาตุเจดีย์ บรรจุพระสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและยังเป็นต้นกำเนิดของ  “องค์จตุคามรามเทพ”ที่ตามจารึกของชาวศรีวิชัยได้บอกว่า “มีอานุภาพดุจดังพระอาทิตย์และพระจันทร์ ที่ขจัดความมืดมัวในโลก”

วัดที่สองก็คือ “วัดเจดีย์” วัดไอไข่นั่นเอง  เป็นวัดที่คนหลั่งไหล  เข้ามาขอพร ขอโชค ขอลาภกันไม่ขาดสาย จากกระแสที่หลั่งไหลไปทั่วทุกทิศทุกทางทั่วประเทศ ในเรื่องของการให้โชคให้ลาภ ค้าขาย กิจการงานต่างๆ  นอกจากได้พักผ่อนแล้ว ยังเสริมความเฮงไปในตัวเลย

วัดที่สามก็คือ “วัดธาตุน้อย”เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์พระสารีริกธาตุและพระสรีระสังขารของพ่อท่านคล้าย (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ) ผู้ก่อตั้งวัดแห่งนี้ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่ชาวใต้เลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงยิ่ง พ่อท่านคล้ายได้ชื่อว่าเป็น เทวดาแห่งเมืองคอน เทพเจ้าแห่งแดนใต้ ท่านมีวาจาที่ศักดิ์สิทธิ์

พูดอย่างไรได้อย่างนั้น ท่านจึงมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้ เป็นสุข เป็นสุข” ซึ่งปัจจุบันพระสรีระสังขารของพ่อท่านคล้าย บรรจุอยู่ในโลงแก้ว และว่ากันว่าพระสรีระสังขารของท่าน แข็งเป็นหิน จึงทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก

5. มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำแก้เบื่อ ผ่อนคลายหลังทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย

ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีกิจกรรมสนุกๆให้ทำแก้เบื่ออยู่มากมาย หากว่าคุณอยากยืดเส้นยืดสาย ออกมาจากความสงบชั่วคราว หาอะไรทำสนุกๆแก้เบื่อ มีหลายกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ  หยิบหมอก หยอกเมฆที่เขาศูนย์, เดินป่าดูธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์, เล่นน้ำตกเย็นๆ คลายร้อน,เดินเล่นชายหาดริมทะเล นั่งเรือดูโลมาสีชมพู ,ชมพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองนครฯ ยังมีกิจกรรมให้เลือกดู ดม ชม อีกมากมาย ชอบกิจกรรมแบบไหน เรียกว่าครบรส ได้ใจทุกเพศ ทุกวัยในทริปเดียว

6. มีวัฒนธรรมและอารยธรรมที่หลากหลาย

นอกจากได้ทำงานและพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ยังได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ จากวัฒนธรรมและอารยธรรมของแต่ละชุมชน การละเล่น ประเพณี เช่น มโนราห์ หนังตะลุง  อาจได้อะไรใหม่ๆในชีวิตให้มีสีสันเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาหาร  เครื่องแต่งกาย  ของขึ้นชื่อในนครศรีธรรมราช ยกตัวอย่างเช่น ผ้าทอลายดอกกระจูด,ภาพมิตินูนสูงจากรกมะพร้าว,มังคุดคัด ,ปลาใส่อวน,ขนมลา ฯลฯ ให้ได้ลองชิม ลองใช้ ลองสัมผัส รับรองว่าท่านจะหลงรักเมืองนครฯ

7.ร้านคาเฟ่ให้นั่งทำงาน จิบกาแฟเลิศรส โกโก้ขึ้นชื่อ ทั่วจังหวัด

นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีโกโก้พันธุ์ดีที่นำมาทำเป็นช็อคโกแลตจากอำเภอท่าศาลา รวมทั้งกาแฟที่ปลูกจากแหล่งต้นน้ำที่ดีที่สุดนั่นคืออำเภอพิปูน มีร้านกาแฟนั่งสบายๆ ชิลๆ มีมุมให้นั่งทำงาน พร้อมชมวิว จิบกาแฟหอมๆ ดื่มโกโก้ร้อน ๆ คิดแล้วก็ฟิน เลยทีเดียว มีร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่ หลากสไตล์ให้เลือกนั่ง เลือกชิล ทั่วจังหวัด ทำให้เมืองนครได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งคาเฟ่ ก็ว่าได้

เพียง 7 เหตุผลนี้ ก็ทำให้อยากไป Workation @ นครศรีธรรมราชทันทีเลยใช่ไหม  แนะนำให้ไปเลยเรียกว่าเป็นอีกจังหวัดที่ครบเครื่องและมั่นใจได้เลยว่า ต้องประทับใจจนได้กลับไปอีกเป็นครั้งต่อๆไป อีกแน่นอน

ปลาใส่อวน ปลาส้มปักษ์ใต้ ของดีอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทุกท่านรู้จัก ปลาใส่อวน หรือ ที่เรียกกันว่าปลาส้มปักษ์ใต้ กันหรือเปล่าค่ะ?

บางท่านอาจจะรู้จักแล้วหรือบางท่านอาจจะยังไม่รู้จัก  วันนี้นครศรีสเตชั่นจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับปลาใส่อวนหรือปลาส้มปักษ์ใต้ สินค้าของดีอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในสินค้า O-TOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ มารู้จักกับปลาใส่อวนที่มีทั้งเรื่องราวและความหมายรวมไปถึงความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปลาใส่อวน แอดมินขอรับรองเลยว่าถ้าหากทุกท่านได้อ่านบทความนี้จะต้องหิวและอยากลองทานปลาใส่อวนขึ้นมาอย่างแน่นอนค่ะ ถ้าอย่างนั่นเราอย่ารอช้ามาทำความรู้จักกับปล่าใส่อวนกันเลยค่ะ

ความหมายของ ปลาใส่อวน หรือที่เรียกกับอีกชื่อหนึ่งว่าปลาส้มปักษ์ใต้

ปลาส้ม เป็นการแปรรูปอาหารชนิดนึงจากปลา ที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครื่องปรุงหลักๆคือ ปลา เกลือ น้ำตาล ข้าวสุก ข้าวเหนียว หรือข้าวคั่ว ตามแต่ละท้องถิ่น ผสมกัน หมักจนมีรสเปรี้ยว และในส่วนของวิถีชีวิตชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช​จะใช้ข้าวคั่วหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า”อวน” เป็นส่วนผสมในการหมักปลาให้เกิดรสชาติเปรี้ยว ชาวบ้านจึงเรียกอาหารชนิดนี้กันแบบเข้าใจง่ายๆตามภาษาท้องถิ่นคนนครว่า”ปลาใส่อวน” ก็คือปลาที่ใส่ข้าวคั่ว(อวน)​จนมีรสชาติเปรี้ยวนั่นเองค่ะ” 

ปลาใส่อวนโมเดิร์น ร้านครัวแม่แดง@ทุ่งสง สินค้าของดีอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

คุณอารีรัตน์ วิเชียรชม ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของปลาใส่อวน​โมเดิร์น​(ปลาส้มปักษ์ใต้)​ ร้านครัวแม่แดง@ทุ่งสง ว่า แรกเริ่มเดิมทีคือต้องการแก้ปัญหาปลาดุกที่เลี้ยงกันภายในครัวเรือน แล้วไม่มีแหล่งกระจายวัตถุดิบเมื่อปลาที่เลี้ยงไว้อายุครบกำหนดที่จะจับส่งขาย ก็เลยแก้ปัญหาตรงนั้นโดยการนำปลาที่เลี้ยงไว้มาแปรรูปเป็นปลาใส่อวนไว้ทานกัน ที่เหลือก็แจกจ่ายกันทาน และแบ่งขาย กลายเป็นว่าคนที่ได้ทานเกิดติดใจ และชอบรสชาติในสูตรที่เราทำออกมา เลยมีการติดต่อเข้ามาขอซื้อกันค่อนข้างมาก ทางปลาใส่อวนโมเดิร์น ร้านครัวแม่แดง@ทุ่งสง มองเห็นช่องทางนี้ที่ในอนาคตจะเป็นอาชีพที่เกิดขึ้นภายในครัวเรืิอน และชุมชนได้ ก็เลยเริ่มต้นตัดสินใจทำแปรรูปจำหน่ายแบบจริงจัง พร้อมทั้งปรับปรุง และพัฒนาในตัวผลิตภัณฑ์​กันมาเรื่อยๆจนมาถึงทุกวันนี้

วิธีการทอดปลาใส่อวน

  1. ใช้ไฟกลางและปริมาณน้ำมันที่พอเหมาะ รอให้น้ำมันร้อน
  2. และเมื่อน้ำมันร้อนดีแล้วก็นำปลาใส่อวนมาหย่อนใส่ลงไปในกระทะ (ข้าวคั่วบดที่อยู่ตัวปลาไม่ต้องล้างออก เพราะจะทำให้อร่อยกรุบกรอบ)
  3. รอจนปลาเหลืองกรอบแล้วค่อยพลิกลับด้าน
  4. และเมื่อเหลืองทั้ง 2 ด้านเท่ากันแล้ว ก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน

เคล็ดลับความอร่อยแซ่บ คือ ซอยหอมแดง พริก มะนาว จะช่วยเพิ่มรสชาติความแซ่บเพิ่มมากขึ้นค่ะ

ได้รู้จักปลาใส่อวนทั้งเรื่องราวและความหมาย รวมไปถึงวิธีการทอดกันไปแล้ว รู้สึกหิวกันขึ้นมาหรือยังค่ะ? 

บางท่านก็อาจจะยังนึกถึงรสชาติของปลาใส่อวนไม่ออกใช่มั้ยค่ะ? ไม่เป็นไรค่ะเดี่ยวแอดมินจะบรรยายรสชาติของปลาใส่อวนให้ค่ะ ปลาใส่อวนที่เมื่อทอดจนกรอบแล้วจะมีรสชาติที่ไม่เปรี้ยวจัดจนเกินไปบวกกับความกรุบกรอบของข้าวคั่วที่ช่วยให้เมื่อทานเข้าไปจะรู้สึกเคี้ยวแล้วเพลิดเพลินไปกับรสชาติที่กลมกล่อม และเมื่อทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆหอมแดงและพริกก็จะเพิ่มรสชาติให้แก่ปลาใส่อวนมากขึ้นค่ะ แอดมินของรับประกันความอร่อยของปลาใส่อวนเลยค่ะ ว่าอร่อยจริงไม่จกตา และนอกจากจะอร่อยแล้วปลาใส่อวนก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะคะ

อย่าลืมนะคะ เมื่อมาเที่ยวนครศรีธรรมราชแล้ว ก็อย่าพลาดที่จะซื้อปลาใส่อวน สินค้าของดี อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช กลับไปเป็นของฝากกันนะคะ

บรรยากาศงาน OTOP ภูมิภาค ความสุขผลิบานทั่วไทย ชวนมาช็อป มาชิมสินค้าของดีระดับ5ดาว

นครศรีสเตชชั่นแนะนำที่เที่ยวครั้งนี้  เราจะชวนพี่ๆน้อง ๆ และนักท่องเที่ยวทุกท่านไปเที่ยวกันที่ งานOTOPภูมิภาค นครศรีธรรมราช ที่จัดขึ้นวันที่ 19-25กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันนี้ทางแอดมินเลยเก็บภาพบรรยากาศมาให้ทุกคนชมกันค้า ภายในงานจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย…

 

งานOTOPภูมิภาค ความสุขผลิบานทั่วไทย ครั้งนี้จัดขึ้นที่ตังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ลานตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนน พัฒนาการคูขวาง เป็นงานที่รวบรวมของกิน ของใช้ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ความงาม น้ำมัน สมุนไพรนวดต่างๆไว้ที่งานนี้งานเดียว และไม่เพียงแต่เป็นสินค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยที่มาออกบูธขายของ นำสินค้าOTOPของดีระดับ5ดาวประจำจังหวัดตนเองมาอวดคุณสมบัติ ความอร่อยกันที่งานนี้ เรียกได้ว่ามางานนเดียวเที่ยวทั่วไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ

ทางผู้จัดงานได้มีมาตรการเรื่องป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัดมากๆเลยทีเดียวค่ะ  มีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน และที่สำคัญมากๆ ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด19 (อย่างน้อย 2 เข็ม) กับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง และนอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงจากหลากหลายภูมิภาคในประเทศไทย มีการสาธิตและการแสดงทางวัฒนธรรม พร้อม ไฮไลท์พิเศษกับการแสดงแสงเสียงในระบบ Multimedia อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ ผู้ที่มาร่วมชม ช้อป ชิม กับกิจกรรมภายในงาน ซื้อสินค้าครบ 500 บาท สามารถลุ้นรับโชคกับรางวัลพิเศษในทุกวันและรางวัลใหญ่ประจำสัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท แอดมินการันตีความปังอลังการของงานแน่นอนค่า

งานจะจัดขึ้นในเต้นท์โดมมีแอร์ และแบ่งที่เป็นโซนต่างๆให้ง่ายต่อการเลือกชมและลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ภายในงานมีพ่อค้าแม่ค้าขนของดีมาสาธิตกันเห็นๆถึงสรรพคุณที่ดีเลิศจากสินค้าOTOPของจังหวัดตนเอง ไม่ธรรมดากันใช่มั้ยคะ และภายในงานยังมีของกินเพียบ คนมาจากทุกๆจังหวัด อาธิเช่น ผลไม้ตามฤดูกาลจากเชียงราย อโวคาโดสดๆ เสาวรสลูกโตๆ น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู มาจากทางสงขลา คือไข่ครอบำเนื้ออวบๆเด้งๆ ชาชักจากยะลา ข้าวยำน้ำบูดูจังหวัดปัตตานี หมูยอไร้แป้งอุบลราชธานี น้ำมันนวดจากนครศรีธรามราช ผลติภัณฑ์เสริมความงามจากไข่มุกสงขลา เครื่องจักรสานจังหวัดชัยภูมิ ผ้ายก ผ้าทอจากจังหวัดต่างๆ ข้าวสีออแกนิคจากนครปฐม พ่อค้าเเม่ค้าในงานเป็นกันเอง น่ารัก แนะนำทุกอย่างดีมากเลย พูดคุยเป็นกันเอง แอดมินเดินเพลินเลยค่า

 

สินค้าของดีจากหลากหลายภูมิภาค หลากหลายจังหวัดในประเทศไทย นำสินค้ามาให้เลือกช้อปในราคาไม่แพง รวบรวมไว้ที่ งานOTOP ภูมิภาค ประจำปี2564 งานนี้งานเดียวเท่านั้น หากใครที่พลาดงานครั้งนี้ แอดมินรวบรวมมาให้ทุกคนชมแล้ว งานหน้าห้ามพลาดที่จะไปอุดหนุนสินค้าOTOPของดีระดับ5ดาวกันเยอะๆน้า

บรรยากาศในงาน แอดมินเก็บรูปมาฝากค่า..

 

Malong มาลอง ไวน์กระเจี๊ยบและลูกหว้า ของดี ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่

     เราไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องซื้อของฝากของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย และสินค้าของดีของขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดก็มีแตกต่างกันออกไป บางสินค้าผลิตหรือแปรรูปมาจากสิ่งที่มีอยู่ในหมู่บ้านในชุมชน แปรรูปเพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและแปรรูปเพื่อไม่ในทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมากสูญเสียไปอย่างไร้ประโยชน์

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่แปรรูปจากผลไม้ ที่สามารถซื้อไปเป็นของฝาก หรือซื้อกับไปดื่มฉลอง สังสรรค์ เนื่องในโอกาสต่างๆ ก็ต้องหนีไม่พ้นไวน์ผลไม้นะคะ ถ้าจังหวัดเชียงใหม่มีไวน์สตอเบอรี่เป็นของขึ้นชื่อ จังหวัดนครศรีธรรมราชเราก็มีไวน์ขึ้นชื่อเหมือนกันนะคะ วันนี้แอดจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Malong ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากกระเจี๊ยบและลูกหว้า ผลไม้ในท้องถิ่น ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

คุณบุญมาก ประธานวิสาหกิจชุมชนบางขี้หมู เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเกิดขึ้นเป็นไวน์กระเจี๊ยบ ทางวิสาหกิจชุมชนได้ผลิตแยมกระเจี๊ยบขึ้นมาก่อน และเมื่อผลิตแยมกระเจี๊ยบแล้วมีน้ำกระเจี๊ยบเหลือเป็นจำนวนมากจึงไม่อยากจะทิ้งให้น้ำกระเจี๊ยบเสียประโยชน์ไปเปล่าๆ จึงนำน้ำกระเจี๊ยบที่เหลือมาทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบสดขาย แต่ด้วยน้ำกระเจี๊ยบสดมีอายุการเก็บรักษาไว้ทานนั่นได้ไม่นาน จึงต้องคิดหาวิธีทำให้การเก็บรักษาของน้ำกระเจี๊ยบให้นานกว่าเดิม จึงเกิดการประชุมหาวิธีกันในกลุ่มวิสาหกิจ และได้ข้อสรุปกันว่าจะผลิตไวน์กัน เริ่มศึกษาและทดลองผลิตไวน์กระเจี๊ยบจนสำเร็จผล และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงคิดจะหาผลไม้ท้องถิ่นมาผลิตไวน์เพิ่มอีก และได้เห็นลูกหว้าที่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่มีผล ที่ใกล้จะสูญพันธุ์จึงนำลูกหว้ามาแปรรูปผลิตเป็นไวน์ลูกหว้า เพื่อที่จะได้อนุรักษ์ลูกหว้าผลไม้ท้องถิ่นของชุมชน และเพื่อเป็นเจ้าแรกที่แรกที่ผลิตไวน์ลูกหว้า และได้รับการรับรองมาตรฐานโดยกรมสรรพสามิตอีกด้วยนะคะ

รสชาติของไวน์กระเจี๊ยบและไวน์ลูกหว้ามีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และในปัจจุบันนี้มีไวน์สัปปะรดเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย ไวน์สัปปะรดจะมีสีและรสชาติที่ออกไปทางไวน์ขาว จากการที่แอดมินได้ลองชิมนะคะ ไวน์กระเจี๊ยบจะมีรสชาติดื่มง่ายค่ะเหมาะกับผู้หญิงรสชาตินุ่มนวลและเบาบาง ส่วนไวน์ลูกหว้าจะมีรสชาติและรสสัมผัสที่หนักแน่นกว่าแอดมินเลยคิดว่าไวน์ลูกหว้าน่าจะเหมาะกับผู้ชายหรือคนไหนที่ชอบดื่มแบบเข้มๆค่ะ

ขอแนะนำเลยนะคะถ้ามาเที่ยวที่อำเภอเชียรใหญ่แล้วอย่าลืมแวะมาชิม แวะมาช็อป ซื้อกลับไปเป็นของฝาก สาย L คือพลาดไม่ได้เลยนะคะ แต่ถ้าหากไม่ดื่มไวน์ก็สามารถซื้อแยมกระเจี๊ยบแทนก็ได้นะคะ ผลิตภัณฑ์ของ Malong สามารถซื้อกลับไปฝากให้คนในครอบครัวได้ทั้งครอบครัว แยมกระเจี๊ยบสามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ส่วนไวน์ก็สามารถซื้อมาเป็นของฝาก ของที่ระลึก หรือซื้อมาดื่มฉลอง สังสรรค์กันได้อย่างมีความสุขเลยค่ะ

 

ประมวลกิจกรรมงาน มาฆะ มานะ มานครฯ ย้อนร้อยธรรม นำเที่ยว ชิมช็อป

นครศรีสเตชชั่นแนะนำที่เที่ยวครั้งนี้  แอดมินจะชวนพี่ๆน้อง ๆ และนักท่องเที่ยวทุกท่านไปเที่ยวกันที่งานมาฆะในรูปแบบใหม่ คืองาน มาฆะ มานะ มานครฯ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่13-16กุมภาพันธ์2565 ที่ผ่านมา วันนี้แอดมินเก็บภาพบรรยากาศมาให้ได้ชมกัน จะมีกิจกรรมอะไรๆสนุกๆบ้างไปดูกันเลย…

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำงานนครศรีธรรมราชได้จัดงานมาฆะขึ้นมาในรูปแบบใหม่ แต่ยังคงConcept การเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม โดยรูปแบบของงานเป็นงานมินิมอล ย้อนยุค เหมาะแก่การไปถ่ายรูปสุดๆ นอกจากนี้ที่งานยังมีร้านอาหารเจ้าเด็ดเจ้าดังจังหวัดนครฯไปเปิดมากมาย งานนี้กำเงินไปได้ของกินอร่อยๆติดไม้ติดมือกลับบ้านกันแน่นอน

นอกจากนี้ในงานก็จะแบ่งเป็นโซนต่างๆ งานบรรยากาศสบายๆ ไม่แออัด ยังคงมาตรการเที่ยวแบบสนุก รักษาระยะห่าง ในงานยังมีที่ทานอาหารนั่งพื้นชิคๆเก๋สุดๆ ในงานยังมีกิจกรรมต่างๆและการแสดงโชว์ต่างๆ และมีนิทรรศการมากมายในงานอีกด้วยค่ะ

ในงานจะมีนิทรรศการผ้าพระบฏจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าไปชมกันค่ะ

ผ้าพระบฏ คือผ้าที่ชาวพุทธทั่วโลกสืบเนื่องกันมาหลายประเทศเช่นกับสมัยพุทธกาลในอินเดียมีตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับการเขียนผ้าพระบฏกล่าวว่าพระเจ้าอาชาตศัตรูทูลขอพระพุทธฉายจากพระพุทธเจ้าเพื่อสักการบุชาแทนพระองค์ซึ่งพรุพุทธองค์ก็ได้โปรดประทานพระพุทธฉายประทับอยู่บนผ้าผืนหนึ่ง ซึ่งระบายด้วยสีต่างๆและมีการสืบต่อการทำภาพบนผืนผ้าเพื่อใช้เป็นเครื่องบูชาไปยังประเทศต่างๆที่นับถือพุทธศาสนา เช่น ทิเบต จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เนปาล พม่า ลังกาวี ไทย ลาว ตราบเท่าปัจจุบันนี้

นอกจากนี้ผ้าพระบฏมีลักษณะแนวนอนผืนยาว มีเขียนภาพพุทธประวัติ หรือเป็นผ้าสีเหลือง แดง ขาว แถบยาว แล้วผู้คนก็จะเทินไว้เหนือศีรษะเป็นผืนยาว แห่ไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ อันถือเอาธรรมเนียมมาแต่สมัยพญาศรีธรรมโศกราช ที่ริเริ่มไว้เมื่อ๘๐๐ปีที่แล้ว

ในงานยังแบ่งโซนอาหารและเครื่องดื่มไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นงานรวมตัวร้านอาหารของเด็ด เจ้าดังในจังหวัดนครศรีธรรมราชเลยก็ว่าได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านโกปี๊ ขนมจีนป้าจู ขนมปะดาโพธิ์เสด็จ ร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นปลาโกอ่าง ร้านขนมพื้นบ้านต่างๆ ตลอดจนงานแฮนด์เมด เรื่องถม เป็นต้น

และยังมีการออกบูธขายสินค้าของดีของชุมชนต่างๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหัวไทร ชุมชนพรหมโลก โกโก้One More เป็นต้น เป็นบูธขายอาหารแปรรูป เช่นน้ำพริกของขึ้นชื่อกะปิปากพนัง ซูชิมันปูนา ปลาหวานแปรรูป ลูกตาลลอยแก้ว เป็นต้น

และทีเด็ดในงานนี้สำหรับแอดมินยกให้ ยำดอกดาหลา จากชุมชนพรหมโลกส่งเข้าประกวด ว้าวมากๆแอดมินไม่เคยกินยำดอกดาหลามาก่อน เป็นการยำโดยการใช้ดอกดาหลาซอย ใส่ด้วยน้ำยำสูตรเข้มข้นของชุมชน ใส่ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งตัวใหญ่ พริกสด หอมซอย น้ำมะนาวนิดหนึ่ง ยำให้เขากัน ก่อนจะเสิร์ฟ?อปด้วยกุ้งอีกที อื้อหือ รับรองลืมไม่ลงแน่นอน

นอกจากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักนครศรีธรรมราชยังจัดกิจกรรมไว้ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากน้องมานะอีกด้วย

บรรยากาศงานมาฆะ มานะ มานครฯ สนุกแบบคงวัฒนธรรม งานไม่เล็กไม่ใหญ่เดินได้ทั่วถึง งานน่ารักๆแบบนี้ ขอขอบคุณทางการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราชที่จัดงานดีด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับนครสรีธรรมราช ปีหน้าหากมีงานดีดีแบบนี้อีก ทุกคนห้ามพลาดที่จะไปเที่ยวน้า

ชมคลิปกิจรรม

กาแฟปูนา ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ ตำบลตรอกแค อำเภอชะอวด

กาแฟปูนา เป็นกาแฟแบบไหน พอจะเดาออกกันมั้ยค่ะ ? จะเป็นนั่งดื่มกาแฟชมทุ่งนา ชมปูนา หรือกาแฟขี้ปูนาอารมณ์คล้ายๆกาแฟขี้ชะมด แล้วปูนาจะมาอยู่ในกาแฟได้อย่างไร? แล้วมันจะรสชาติอย่างไร? จะคาวหรือเปล่า?

วันนี้มาหาคำตอบของคำถามพวกนี้ไปพร้อมๆกันแอดมินนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็มาอ่านเรื่องราวของกาแฟปูนากันนะคะ

คุณสนั่น เจ้าของตลาดใต้ต้นปาล์มริมคลองตรอกแค เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่รกร้างของครอบครัว ถูกละทิ้งไว้หลายปี จนคุณสนั่นมีแนวคิดที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตรงนี้ ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเรื่องรู้ในการนำผลิตภัณฑ์ที่เหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ และมีโฮมสเตย์ที่เน้นธรรมชาติ

 

กาแฟปูนาเกิดจาก คุณสนั่นได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในบริเวณบ้านตรอกแค ได้พบว่าชาวบ้านจะนำไซไปวางตามท้องนา คูนา จะมีปูมีปลาติดมาตามไซ แต่ชาวบ้านต้องการแค่ปลาไม่ได้ต้องการปูนา คุณสนั่นเลยเกิดข้อสังสัยว่าแล้วชาวบ้านจะทำอย่างไรกับปูนาที่ติดด้วย ชาวบ้านได้บอกกับคุณสนั่นว่าปูนาที่ติดมากับไซจำเป็นต้องทิ้งเพราะไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้

คุณสนั่นจึงขอปูนามาคิดวิธีแปรรูปปูนาเพื่อไม่ให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างเสียประโยชน์ ช่วงแรกๆได้นำปูนามาแปรรูปเป็นน้ำพริกผงปูนาชนิดแห้งแบบซองสามารถพกพาได้ ส่วนต่อมาคุณสนั่นได้คิดค้นการแปรรูปเป็นกาแฟสดสูตรปูนา เป็นกาแฟสดที่มีส่วนผสมของปูนา 100% ไม่มีสารเคมีในการผลิต คุณภาพและรสชาติได้มาตราฐานอย่างแน่นอน คุณสนั่นฝากแอดมินมาการันตีค่ะ

 

จากที่แอดมินได้ลองชิมกาแฟปูนาแล้วนะคะ สิ่งที่เด่นขึ้นมาเลยจนแอดมินตกใจคือกลิ่นของกาแฟที่หอมมาก ไม่มีกลิ่นคาวของปูนา เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมากนะคะที่กาแฟไม่มีกลิ่นคาวของปูนา และรสชาติของกาแฟกับปูนาก็เข้ากันดี

ส่วนวิธีการทำนั้นปูจะต้องเป็นปูที่ออกไข่มาแล้วสี่รอบ โดยจะจับปูมาพักเพื่อล้างท้องก่อน 5 วัน จากนั้นให้ทานข้าวสวย 5 วัน และจากนั้นจึงนำไปทำความสะอาด และเอาส่วนที่ไม่ใช้ออก จากนั้นก็นำไปทำให้สุกแล้วนำมาคั่วกับเมล็ดกาแฟ จะมีทั้งแบบคั่วเข้มและคั่วกลาง

  ผลิตภัณฑ์กาแฟปูนา
  • แบบแก้วพร้อมดื่ม ราคา 40 บาท 
  • แบบซองสำหรับดริป 35 บาท
  • แบบถุง 200 กรัม 200 บาท

  • สบู่กาแฟปูนา ก้อนละ 35 บาท

 

และภายในตลาดใต้ต้นปาล์มริมคลองตรอกแคนี้ ยังมีโฮมสเตย์ที่สามารถเข้ามาพักเพื่อซึมซับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติได้อีกด้วยนะคะ

ภายในจะมีร้านกาแฟปูนา สัตว์ต่างๆที่ทางคุณสนั่นเลี้ยงไว้ มีทั้งกวาง ปู ปลา ไก่และเต่า เดินชมสัตว์ภายในบริเวณตลาดใต้ต้นปาล์มไปพร้อมกับบรรยากาศดีๆ และมีของสะสมของเก่าที่คุณสนั่นนำมาเก็บไว้สะสมให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ชมกันด้วยนะคะ

พอได้มาเห็นของเล่นโบราณและของเก่าๆก็นึกถึงสมัยยังเป็นเด็กเลยค่ะ แอดมินของบอกเลยค่ะว่าตลาดใต้ต้นปาล์มริมคลองตรอกแคและกาแฟปูนาเป็นสิ่งที่ทุกคนห้ามพลาดนะเมื่อมาเที่ยวที่อำเภอชะอวดแล้ว แวะชิมชมช้อป ซื้อกลับไปเป็นของฝากกันนะคะ

 

และอย่าลืมเล่าเรื่องราวของกาแฟปูนาให้คนที่เราซื้อของไปฝากได้ฟังด้วยนะคะ รับรองว่ารสชาติของกาแฟจะอร่อยมากขึ้นอีกเท่าตัวเลยค่ะ เมื่อรู้ถึงเรื่องราวของกาแฟปูนา

ชมคลิป VDO

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลโกโก้ จากสวนโกโก้ธวัชชัย ของดี อำเภอท่าศาลา

สวนโกโก้ธวัชชัย ผลิตภัณฑ์จากผลโกโก้ ของดี ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

อำเภอท่าศาลาเป็นพื้นที่ที่ปลูกโกโก้เยอะที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช และถ้าหากมาเที่ยวอำเภอท่าศาลาแล้วยังไม่มีของฝากกลับไป วันนี้แอดมินก็ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากโกโก้ จากสวนโกโก้ธวัชชัยนะคะ

 

    เรามาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของสวนโกโก้ธวัชชัยกันนะคะ คุณธวัชชัย เสพย์ธรรม เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านการปลูกและการหมักโกโก้โดยวิธีการโบราณจากรุ่นพ่อแม่ โดยภายในบริเวณรายล้อมไปด้วยต้นโกโก้ดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ ปี 2535 จนปัจจุบันมีการเรียนรู้เพิ่มเติมและประยุกต์ใช้วิธีการหมักทั้งแบบโบราณ และแบบใหม่ปรับเปลี่ยนจนมีเทคนิคเอกลักษณ์ของตัวเอง และกลายมาเป็นเกษตรกรที่หันมาสนใจแปรรูปโกโก้รายแรกๆ ของท่าศาลา

พิกัด 8.7717,99.92276 บ้านเลขที่ 264 หมู่ 5 ตำบล สระแก้ว อำเภอ ท่าศาลา จังหวัด นครศรีธรรมราช   https://bit.ly/3swRqMl

 

    ภายในสวนจะมีต้นโกโก้ให้เห็นเป็นจำนวนมากค่ะ เป็นต้นโกโก้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี พี่จิ๋มเจ้าของสวนพาเดินชมต้นโกโก้ พร้อมพูดคุยกันถึงเรื่องโกโก้ การปลูกการดูแลการหมักและการแปรรูป สวนโกโก้ธวัชชัยแปรรูปแบบโฮมเมด ทำกันในครอบครัวตามกำลังและความสามารถของคนในครอบครัว ใช้ความใส่ใจความรักในโกโก้ทำด้วยความสุข และเมื่อแอดมินได้ลองชิมโกโก้ร้อนที่พี่จิ๋มทำให้ชิมทำให้แอดมินได้รู้สึกถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอน และรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้นั่งดื่มโกโก้ในสวนของบ้านตัวเอง โกโก้มีกลิ่นหอมมากถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอน และรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้นั่งดื่มโกโก้ในสวนของบ้านตัวเอง โกโก้มีกลิ่นหอมมาก

บริเวณหน้าบ้านจะเป็นลานตากเมล็ดโกโก้ ตากเมล็ดโกโก้ให้แห้งเพื่อที่จะนำมาแปรรูปต่อไป

   

การแปรรูป

  1. โกโก้นิปส์ (Cocoa nibs) เมล็ดโกโก้ที่ผ่านการหมักและตากเรียบร้อยแล้ว สามารถนำมาคั่วหรืออบที่อุณหภูมิประมาณ 150 องศาไม่เกิน 15 นาที จะได้เมล็ดโกโก้คั่วสุก ที่เรียกว่าโกโก้นิปส์ (Coca nibs)ถือเป็นโกโก้แท้100% สามารถรับประทานเป็นของขบเคี้ยวได้ทันที
  2. เปลือกหุ้มเมล็ดโกโก้ (Cocoa brew) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากเปลือกหุ้มเหม็ดที่ผ่านการตากและคั่วแล้ว สามารถนำมาใช้ทำชาสมุนไพร ให้กลิ่นหอม
  3. ผลิตภัณฑ์จากเนื้อโกโก้ (Coca liquor หรือ Coca mass) เป็นการนำเอาเมล็ดที่คั่วเรียบร้อนแล้วมาแกะหรือกะเทาะเปลือกออก จากนั้นนำมาทำการบด ด้วยครกหรือหินโม่บด จนกลายเป็นเนื้อเดียวกันได้ของเหลวที่เป็นโกโก้แท้100%สามารถนำมาเติมน้ำตาบออร์แกนิกส์ตามชอบเทลงพิมพ์กลายเป็นคราฟช็อคโกแลตหรือช็อดโกแลตโฮมเมด
  4. เนยโกโก้ (Cocoa butter) และโกโก้ผง (Cocoa powder) เกิดจากการนำเมล็ดโกโก้ที่คั่วและกะเทาะเปลือกแล้ว มาผ่านเครื่องแยกน้ำมันจะได้ผลิตภัณฑ์ส่วนที่เป็นของเหลวแยกส่วนที่เป็นน้ำมันออกมาเรียกว่าเนยโกโก้ ใช้ในส่วนผสมของอาหารและเครื่องสำอางค์ ส่วนที่เป็นเนื้อโกโก้จะกลายเป็นเนื้อสีน้ำตาลแยกออกมาจากน้ำมันนำไปผ่านการขึ้นละเอียดอีกครั้งกลายเป็นผงโกโก้นำไปเป็นส่วนประกอบของขนมต่างๆ

ผลิตภัณฑ์โกโก้โฮมเมดแบบนี้อาจจะมีรสชาติที่ต่างไปจากโกโก้หรือช็อคโกแลตที่หลายๆท่านเคยทาน แต่ถ้าหากลองเปิดใจซื้อมาลองชิมรับรองเลยค่ะ ว่าทุกท่านจะต้องติดใจไปกับรสชาติและความเป็นโฮมเมดของผลิตภัณฑ์โกโก้จากสวนธวัชชัย

เที่ยวสวนโกโก้แล้วอย่าลืมแวะขอพรไอ้ไข่วัดเจดีย์

    และเมื่อเราอิ่มกลายอิ่มท้องแล้ว ถ้าจะให้ครบจบเราต้องอิ่มใจด้วยนะคะ และสถานที่ใกล้สวนโกโก้ธวัชชัยที่จะทำให้ทุกท่านอิ่มใจพร้อมทั้งอิ่มบุญไปด้วยก็คือ วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) เป็นวัดชื่อดังที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สายมูทั้งหลายอย่ารอช้านะคะ เริ่มเลยค่ะมาทำบุญและอาจจะขอพรหรือบนบานศาลกล่าวกับไอ้ไข่ แอบกระซิบว่าศักดิ์สิทธ์มากใครที่มาขอพรหรือบนบานส่วนมากจะได้ผลตามที่ขอ แต่หากได้รับผลตามที่ขอไว้ก็อย่าลืมกลับมาแก้บนตามที่บอกกับไอ้ไข่ไว้นะคะ และบางวันอาจจะได้ชมการแสดงมโนราห์ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์สวยงามของภาคใต้ค่ะ

ชมคลิป VDO

กล้วยไข่กรอบแก้ว ของดี ของฝาก ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

กล้วยไข่กรอบ ใครไม่มานครฯแล้วไม่ได้ลองชิมลองทานถือว่าพลาดอย่างแรง !!

หากกล่าวถึง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลายๆ อาจจะคิดถึง กระเป๋ากระจูด ซึ่งเป็นสินค้างานหัตกรรม สร้างอาชีพ ทำเงินให้กับชุมชนมากมายทว่า อ.ชะอวด ไม่ได้มีของดีเฉพาะผลิตภัณฑ์จากกระจูดเท่านั้น เพราะที่ ต.เกาะชันธ์ อ.ชะอวด ยังมีของดี ที่อยากเชิญชวนทุกท่านมาลองชิมลองทานกัน เรียกว่า ผู้ใหญ่ทานได้ เด็กทานดี มีประโยชน์ ซื้อกินเองก็อร่อย ซื้อเป็นของฝาก ก็โดนใจคนรับแน่นอน

 

ความเป็นมา กล้วยกรอบไข่แก้ว บ้านเกาะร้าว

คุณป้า กุศล สุกใส หรือ ป้าน้อย ประธานกลุ่มกล้วยไข่กรอบแก้วบ้านเกาะร้าว ได้เล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของกลุ่มกล้วยไข่กรอบแก้วบ้านเกาะร้าว เดิมก่อนที่จะเกิดเป็นกลุ่มกล้วยไข่กรอบแก้วบ้านเกาะร้าว เป็นกลุ่ม 60 พรรษามหาราชินี โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2536  และเมื่อปี พ.ศ.2542 ได้เกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตก ทางวิสาหกิจชุมชนจึงได้มีการแจ้งให้มีการจัดตั้งกลุ่มขึ้น

ในครั้งนั้นได้จัดตั้งกลุ่มถั่วเคลือบน้ำตาลแต่เนื่องด้วยขาดวัตถุดิบในการผลิตสินค้าจึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้  ต่อมาในปี พ.ศ.2542 มีสมาชิกกลุ่มทั้งหมด 20 คน ทางวิสาหกิจชุมชมจึงปรับเปลี่ยนมาทำผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกล้วย เพราะเห็นว่าในหมู่บ้านทุกบ้านจะมีต้นกล้วย เลยเริ่มผลิตกล้วยฉาบ โดยได้ไปศึกษาดูงานจากกล้วยฉาบแม่แดง จังหวัดพัทลุง  นำมาปรับเปลี่ยนพัฒนาสูตรเป็นสูตรเฉพาะของกลุ่มกล้วยไข่กรอบแก้ว จากที่ใช้กล้วยน้ำหว้าในการทำกล้วยฉาบเลยเปลี่ยนมาใช้กล้วยไข่แทน และได้ขอ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) อย่างถูกต้องและในปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มทั้งหมด 60 คน

รางวัล และผลงาน กล้วยกรอบไข่แก้ว บ้านเกาะร้าว

  • ในปี พ.ศ.2544 ได้รับรางวัลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นอันดับ 2 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ปีพ.ศ.2545 และ ปีพ.ศ. 2562 ได้รางวัลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นอันดับ 1 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • ส่วนปัจจุบันในปี พ.ศ. 2564 ก็ได้รับรางวัลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นอันดับ 2 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • อีกหลายหลากรางวัล ที่เป็นเครื่องการันตี ทั้งความสด อร่อย และสะอาด

ขั้นตอนการผลิต กล้วยกรอบไข่แก้ว บ้านเกาะร้าว

ขั้นตอนที่ 1 จะเริ่มจากการปอกเปลือกกล้วยและนำมาล้างน้ำ หลังจากนั้นตั้งให้กล้วยสะเด็ดน้ำจนแห้ง

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อกล้วยแห้งดีแล้วจึงนำมาสไลซ์เป็นแผ่นบางๆ ลงในกระทะ

ขั้นตอนที่ 3 ทอดกล้วยในกระทะ คนให้เข้ากันจนสุกทั่วทุกแผ่น

ขั้นตอนที่ 4 ตักกล้วยที่ทอดสุกแล้วขึ้นมาจุ่มน้ำตาล เมื่อจุ่มเสร็จก็นำไปทอดอีกครั้ง (หากกล้วยฉาบรสชาติปกติหรือรสชาติจืด ไม่ต้องนำกล้วยไปจุ่มน้ำตาล สามารถทอดจนสุกและทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลย)

ขั้นตอนที่5 ตักกล้วยที่ทอดจนสุกแล้วขึ้นมาตั้งและพักไว้ให้เย็น หลังจากนั้นนำมาแพ๊คใส่ถุง เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำกล้วยไข่กรอบแก้ว

 

เห็นวิธีการทำกันแล้วเริ่มน้ำลายไหลกันแล้วใช่ไหมคะ ขนาดแอดมินได้ชิมกล้วยไข่ฉาบของคุณป้า ก็ยังติดใจจนต้องซื้อกลับมากินเพิ่มเลยค่ะ กล้วยไข่ฉาบสไลซ์แผ่นพอดีคำ น้ำตาลที่เคลือบอยู่มีรสชาติที่พอดีไม่หวานมาก บวกกับความมันของกล้วยไข่ กัดชิมคำแรกคือทั้งกรอบและรสชาติดี กินเพลินกินมันส์จนหยุดไม่อยู่เลย นึกงถึงภาพนั่งทำงาน นั่งเรียนออนไลน์ ดูซีรี่ย์ แล้วหยิบกล้วยไข่กรอบแก้ว เข้าปากไป ซิลเลย

กล้วยไข่กรอบแล้วมีให้เลือกหลายรสตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นรสดั้งเดิม รสหวาน รสเค็ม รสปาปริก้า ราคาของกล้วยไข่กรอบแก้วก็ไม่ได้แพงเลยนะคะ มีทั้ง ขนาดถุงเล็ก 20 บาท ขนาดถุงกลาง 60 บาท และขนาด 1 กิโลกรัมราคา 120 บาท เหมาะมากๆ เลยค่ะ สำหรับจะซื้อไปเป็นของฝาก หรือหากใครชอบเผือก ที่นี่เขาก็มีเผือกกรอบแก้วให้ได้ลอง รับรองถูกใจสายเผือกเช่นกันอย่างแน่นอนจ้า

 

คุณป้ายังฝากมาบอกอีกนะคะว่า ถ้าทุกท่านมีโอกาสได้มาเที่ยวที่อำเภอชะอวด เชิญชวนแวะมาซื้อกล้วยไข่กรอบแก้วไปเป็นของฝากกันเยอะๆนะคะ คุณป้าใจดีมาก มีแถมกล้วยไข่กรอบแก้วไปให้กับทุกท่านทุกออเดอร์ แบบว่าคุ้มค่าแน่นอนค่ะ

แวะอุดหนุน กล้วยกรอบไข่แก้ว บ้านเกาะร้าวแล้วแนะนำมานั่งทานกันต่อที่ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่อยากให้ทุกท่านพลาดถ้าหากได้มาเที่ยวอำเภอชะอวด นั่นก็คือเข้าไปเที่ยว นั่งกินลมชมวิวพระอาทิตย์ตกที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใส อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสมีวิวและทัศนียภาพที่สวยงามมากนะคะ โอบล้อมไปด้วยขุนเขา มีจุดที่ทุกท่านสามารถจอดรถไปนั่งปิกนิกนำอาหารและเครื่องดื่มไปนั่งทานได้ หรือจะนำกล้วยไข่กรอบแก้วไปนั่งทานไปพร้อมๆกับการชมวิว รับรองเลยค่ะว่าทุกท่านจะได้รับทั้งความอิ่มกายและอิ่มใจไปพร้อมๆกันแน่นอน อย่าลืมแวะมา ชม ชิม ช้อปกันที่อำเภอชะอวดกันเยอะๆนะคะ

10 พระเครื่องนครศรีธรรมราช เชิญมากราบไหว้บูชา ขอพร สัมฤทธิ์ผลหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย

เอาใจสายมู กับของขลัง กับ 10 พระเครื่องชื่อดังเมืองนครฯ  หากเราพูดถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากอาหารอร่อย ของพื้นเมืองขึ้นชื่อ และที่ท่องเที่ยวสุดชิคแล้ว ก็ต้องไม่พลาด เครื่องรางของขลัง ที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน และวันนี้ เราก็จะพาไปรู้จักกับ 10 พระเครื่องนครศรีธรรมราชกัน

1.องค์จตุคราม รามเทพ

องค์จตุคาม รามเทพ วัดพระธาตุ

            ชาวนครฯเชื่อกันว่าองค์จตุคราม รามเทพนั้น คือองค์ที่คอยปกปักรักษาบ้านเมืองและผู้ศรัทธาให้มีแต่ความสุข ความเจริญ เพราะเป็นองค์สมมติเทพคือ พระนารายณ์อวตาร นั่นเอง ตามจารึกของชาวศรีวิชัยได้บอกว่า

“มีอานุภาพดุจดังพระอาทิตย์และพระจันทร์ ที่ขจัดความมืดมัวในโลก” การขออธิษฐานจากพระองค์นั้นทำได้โดยมีเงื่อนไขต้องไม่ผิดศีลธรรม

2.พ่อท่านคล้ายวัดสวนขัน

พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน

            พระครูพิศิษฐ์อรรถการ หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์”  ประชาชนและลูกศิษย์ต่างเคารพนับถือพ่อท่านคล้าย ด้วยพ่อท่านจะพูดจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แจ่มใส อารมณ์เยือกเย็น พร้อมให้พรทุกคนอยู่เสมอ เนื่องจากท่านขึ้นชื่อเรื่องวาจาศักดิ์สิทธิ์ทุกคนจึงกลัวท่านตำหนิมาก เพราะเชื่อว่าทุกคนที่ถูกตำหนิจะพบกับสิ่งวิบัติ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงหวังจะได้รับคำอวยพรจากท่านกันแทบทั้งสิ้น และนอกจากคำอวยพรแล้ว วัตถุมงคลจากพ่อท่านคล้ายก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างเสาะแสวงหาเพื่อนำมาบูชาเช่นเดียวกัน

3.หัวนะโม

หัวนะโม

            หัวนะโม เครื่องรางของขลังที่ชาวนครฯรู้จักดี  ที่เรียกว่า “หัวนะโม” มีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ มีอักษรปัลลวะหรืออักษรอินเดียโบราณจารึกไว้บนเหรียญ ตอนที่เกิดโรคห่าระบาด กษัตริย์แห่งอาณาจักรได้นำหัวนะโมที่ปลุกเสกไปโรยไว้รอบๆเมือง ปรากฎว่าโรคห่าได้หายไป จึงเป็นที่มาของการบูชานับถือจนถึงปัจจุบันนี้  โดยในปัจจุบันนิยมนำไปทำเป็นเครื่องประดับ ตกแต่งเพื่อความสวยงามในการพกพา

4.พระแม่เศรษฐี วัดร่อนนา

พระแม่เศรษฐี วัดร่อนนา

            ว่ากันว่าเมื่อ 800ปีก่อนมีครอบครัวเศรษฐีที่มีลูกสาว 1คน แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้นางพลัดตกน้ำไป และไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่พบ ด้วยความรักที่มีต่อบุตรสาว เศรษฐีจึงให้สร้างรูปปั้นลูกสาวของตน แต่ไม่ว่าจะสร้างยังไงก็ไม่เหมือน จนรู้ถึงหูพระอินทร์จึงให้พระวิษณุแปลงกายมาเป็นพราหมณ์เฒ่าลงมาช่วยจนสำเร็จ จึงกลายเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันนี้องค์แม่เศรษฐีขึ้นชื่อเรื่องการขอบุตร หากใครต้องการมีบุตรธิดาก็ต่างมาขอที่นี้ และสมหวังก็จะนำรูปถ่ายของลูกมาไว้ที่ศาลเจ้าของเจ้าแม่นั่นเอง

5.ไอ้ไข่

ไอ้ไข่ วัดเจดีย์

              นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไอ้ไข่” เพราะขึ้นชื่อเรื่องโชคลาภ เลขเด็ด ทำมาค้าขึ้น โดยผู้ที่บูชาต่างก็ได้รับโชคดีกันไปตามๆกัน จึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาที่วัดดอนเจดีย์ ไม่ขาดสายนั้นเอง  โดยตามตำนาน ไอ้ไข่ นั้น มีมากมายหลายเรื่องด้วยกัน

อาทิ เช่น ไอ้ไข่คือวิญญาณเด็กที่ติดตามหลวงพ่อทวด เมื่อหลวงพ่อทวดธุดงค์มาที่วัดร้างแห่งนี้ และให้วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดินที่อยู่ภายในวัดไว้ เป็นต้น

6.พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง

พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง

            พ่อท่านคลิ้ง พระอริยสงฆ์แห่งเมืองนครฯ ที่มีอายุถึง 104ปี และสังขารไม่เน่าเปื่อย โดยท่านออกบวชตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และครองเพศบรรพชิตมาตลอดจนกระทั่งละสังขาร พ่อท่านคลิ้งขึ้นชื่อเรื่องคาถาอาคม ท่านยังปลุกเสกวัตถุมงคลไว้มากมาย อาทิ ลูกอมชานหมาก พระปิดตาเนื้อผงผสมหว่าน เป็นต้น โดยวัตถุมงคลท่านพ่อคลิ้งนั้นเด่นไปทาง เมตตามหานิยม โภคทรัพย์ แคล้วคลาด ปลอดภัย นั่นเอง

7.พ่อท่านซัง วัดวัวหลุง

.พ่อท่านซัง วัดวัวหลุง

            ไม่มีเกจิใดไม่รู้จักเหรียญของพ่อท่านซัง แห่งวัดวัวหลุง เพราะเป็นเหรียญที่มีราคาแพงที่สุดในเมืองนครฯ  ด้วยเป็นพระคณาจารย์ในยุคเก่าที่มีบารมีสูง ว่ากันว่า ท่านไม่เคยสร้างเหรียญหรือรูปถ่ายใดใด จะมีก็แต่เครื่องรางประเภทตะกรุด เสื้อยันต์ ผ้ายันต์ ไม่มากนัก ทำให้มีราคาสูงมาก ซึ่งเหรียญถูกสร้างมาภายหลัง ขึ้นชื่อเรื่องอยู่ยงคงกระพัน ทำให้เป็นที่หมายปองของคนที่ชอบสะสมของเหล่านี้เป็นอย่างมาก

8.พ่อท่านเขียว วัดหรงบล

พ่อท่านเขียว วัดหรงบล

            ชื่อเสียงของพ่อท่านเขียว เกิดจาก ลูกศิษย์ต้องการของดีจากอาจารย์เป็นที่ระลึก จึงนำผ้าขาวแล้วนำผผงขมิ้นมาทาฝ่าเท้าของพ่อท่าน ประทับลงบนผ้าขาวและให้ท่านอธิษฐานจิตลงบนผ้าขาวนั้นจึงนับเป็นผ้ายันต์ ต่อมามีคนลองนำไปทดลองใช้ปืนยิง ปรากฎว่าปืนด้าน ยิงไม่ออก จนทำให้เลื่องลือเป็นที่กว้างขวางนับแต่นั้นมา  ต่อมาก็มีชาวบ้านนำชานหมากของท่านมาปั้นเป็นลูกอม ได้ผลชะงักในการป้องกันสัตว์มีพิษนักแล ต่อมาเมื่อมีผู้ต้องการมากขึ้นท่านก็ได้ทำสิ่งอื่นออกมา ต่างก็ปรากฎปาฎิหาริย์ต่างๆ เสมอๆ นั่นเอง

9.พ่อท่านมุ้ย วัดป่าระกำเหนือ

พ่อท่านมุ้ย วัดป่าระกำเหนือ

            พ่อท่านมุ้ย หรือพระครูนิโครธจรรยานุยุต พระเกจิชื่อดังแห่งเมืองนครฯ เป็นพระเถระที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา โดยพ่อท่านมุ้ยเป็นพระวิปัสสนา ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และยังมีความรู้ทั้งด้านหมอยาสมุนไพร ว่ากันว่ายุคก่อนที่หมอจะมีความรู้ พ่อท่านก็ได้ช่วยเหลือชาวบ้านทั้งหญิงที่คลอดยาก ให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น ต่อมาเมื่อชราภาพจึงหยุดไป แต่ก็ยังทำลูกอมให้ เพื่อชาวบ้านที่มาขอไปแช่น้ำให้หญิงที่จะคลอดดื่มและนึกถึงพ่อท่าน ก็จะคลอดง่าย ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกเช่นเดียวกัน

10.พ่อท่านกล่ำ วัดศาลาบางปู

พ่อท่านกล่ำ วัดศาลาบางปู

            พ่อท่านกล่ำ แห่งวัดศาลาบางปู พระอริยสงฆ์ที่ให้กำเนิดยันต์ 8ทิศ ราหู 8 ตน พระครูวิสุทธิจารี หรือพ่อท่านกล่ำถือพรมจรรย์ บวชเรียนตั้งแต่สามเณรจนละสังขารตอนอายุได้ 96 ปี และร่างของท่านยังเก็บอยู่ในมณฑป โดยที่เส้นเกศา หรืออวัยวะต่างๆ ต่างไม่เสื่อมสลายไป นับเป็นอีกหนึ่งพระเกจิที่ชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

            เมืองนครศรีธรรมราช ไม่ได้ขึ้นชื่อเพียงด้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงของพื้นเมืองต่างๆ และก็ยังมีพระเกจิชื่อดังที่เป็นที่เลื่อมใส ศรัทธา ของชาวบ้าน และผู้คนมากมาย ถือเป็นเมืองที่เราทุกคนควรไปเยือนสักครั้งในชีวิตเลยทีเดียว