11 จุดเที่ยวปากพูน One Day Trip ชม ชิม ร่วมกิจกรรมสนุก ๆ เสน่ห์ปากพูน นครศรีธรรมราช

ใครที่ชอบการท่องเที่ยวในรูปแบบของการชมธรรมชาติหรือการท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสวิถีชุมชน “ปากพูน” เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีความน่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะปากพูนเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ในทุกด้านและเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมและวิถีชุมชนที่น่าสนใจ และด้วยการสนับสนุนจากการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผลักดันให้เกิด “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวปากพูน” จึงยิ่งทำให้พื้นที่นี้มีเสน่ห์ที่น่าสนใจและน่าค้นหา ปากพูนมีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง บทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักจุดเช็กอินที่น่าสนใจทั่วปากพูนกันให้มากขึ้น

11 จุดเที่ยวปากพูน One Day Trip

1. ตลาดท่าแพ

ตลาดท่าแพเป็นตลาด 100 ปีที่ยังคงเสน่ห์ของความเป็นตลาดบ้าน ๆ ที่น่าสนใจ โดยตัวตลาดมีรูปแบบเป็นตลาดเช้าที่จัดว่าเป็นแหล่งรวมของอร่อยสำหรับคนที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตและอาหารท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ที่นี่มีจำหน่ายทั้งอาหารสดและอาหารสำเร็จรูปปรุงสุกใหม่ โดยช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับการมาเยี่ยมเยียนตลาดแห่งนี้คือช่วงเวลาตั้งแต่ 6.00 – 7.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กำลังดีและไม่เช้าจนเกินไป

2. วัดท่าแพสักการะองค์หลวงปู่ทวด

วัดท่าแพเป็นอีกหนึ่งวัดเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยมีเรื่องเล่าว่าเป็นวัดที่หลวงปู่ทวดได้อุปสมบทบนเรือที่ถูกนำมาต่อเป็นแพกลางน้ำจึงได้ชื่อว่า ท่าแพ มาตั้งแต่สมัยนั้น จุดแลนด์มาร์กที่สำคัญจึงเป็นศาลากลางน้ำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อขององค์หลวงปู่ทวดที่มีคนเข้ามาสักการะกันอย่างไม่ขาดสาย

3. ล่องเรืออุโมงค์ Amazon ชมธรรมชาติของซุ้มโกงกางและสัตว์น้ำชายฝั่ง

สำหรับสายธรรมชาติต้องไม่พลาดการล่องเรือเยี่ยมชมอุโมงค์ Amazon ซุ้มโกงกางที่มีความร่มรื่นตลอดเส้นทาง 2 ฝั่ง ซึ่งนอกเหนือไปจากการล่องเรือที่นี่ยังมีบริการให้เช่าเรือคายัคสำหรับสายลุยที่ต้องการสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติด้วยจนเองเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดหากมาเยี่ยมเยียนที่ปากพูน

4. วัดไพศาลสถิต

วัดไพศาลสถิตเป็นอีกหนึ่งวัดเก่าที่มีความสวยงาม โดยจุดสำคัญที่เป็นแลนด์มาร์คของที่นี่มีอยู่ด้วยกัน 2 จุดคือโบสถ์เก่าที่มีต้นโพธิ์และต้นไทรปกคลุมทั้งโบสถ์ที่ให้ความสวยงามคล้ายคลึงกับวัดที่อยุธยาและอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คก็คือหลวงพ่อปากแดงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนทั่วไปมักจะเข้ามาขอพรในเรื่องของความรักนั่นเอง

5. ผาสุขดินเผา

สำหรับใครที่ชื่นชอบการสัมผัสกับวิถีชุมชน ผาสุกดินเผาเป็นที่ที่คุณไม่ควรพลาด โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนจะได้เข้ามาศึกษาวิธีการปั้นเครื่องปั้นดินเผาและได้ลงมือทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยตนเอง โดยสิ่งที่สร้างความประทับใจคือที่ผาสุกดินเผาจะต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยน้ำผึ้งมะนาวใส่โอ่งเย็น ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถนำโอ่งที่ใส่น้ำเก็บไปเป็นที่ระลึกได้

6. โรงเหนียวยายศรี

อีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คที่สายคาเฟ่ต้องไม่พลาด โรงเหนียวยายศรีคือแหล่งผลิตเหนียวห่อกล้วยหรือข้าวต้มมัดรวมถึงขนมโบราณหลายชนิดที่ขึ้นชื่อของปากพูน นอกจากจะขายที่หน้าร้านโรงเหนียวยายศรียังมีบริการในช่องทางออนไลน์ ไฮไลท์สำคัญคือนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสลองห่อข้าวเหนียวด้วยตนเอง

7. สวนมะพร้าวแม่ทองพริ้ง

สวนมะพร้าวแม่ทองพริ้งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชนที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง โดยกิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวจะได้รับคือการดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าวจากต้นแบบสด ๆ ซึ่งหากนักท่องเที่ยวรวมกลุ่มกันเข้ามามากว่า 5 คนขึ้นไปทางเจ้าของสวนจะลงมือทำขนมโคให้กินกันสด ๆ

8. ความสุขชาวเล

ความสุขชาวเลเป็นกลุ่มประมงพื้นบ้านที่รวมกลุ่มกันในการทำการประมง เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนที่ได้รับความสนใจไม่น้อย สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจก็คือการรับประทานอาหารเที่ยงที่ทางกลุ่มจัดเตรียมไว้เป็นอาหารทะเลสดตามฤดูกาลที่สร้างความประทับใจไม่น้อยทีเดียว

9. One more thai craft chocolates

One more thai craft chocolates เป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปากพูนและเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งนอกจากที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้ามาเยี่ยมชมตัวโรงงานผลิต กรรมวิธีการผลิตช็อกโกแลต ทาง One more thai craft chocolates ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสทดลองทำช็อกโกแลตด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจเช่นกัน

10. โรงแกะหนังตะลุงของลุงทวี

หากใครชื่นชอบหนังตะลุงศิลปะขึ้นชื่อของภาคใต้ต้องไม่พลาดโรงแกะหนังตะลุงของลุงทวี โรงแกะหนังตะลุงที่บอกเล่าและสะท้อนเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ นอกจากที่นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาเรื่องราวของหนังตะลุงที่นี่ยังมีของที่ระลึกสวย ๆ วางจำหน่ายรวมถึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองแกะหนังตะลุงด้วยตนเอง

11. สวนคำสิงห์

สวนคำสิงห์เป็นสวนผลไม้ในพื้นที่ปากพูนโดยสวนแห่งนี้มีจุดเด่นที่การปลูกผลไม้ขึ้นชื่อไม่ว่าจะเป็นฝรั่งกิมจู ส้มโอทับทิมสยามและมะพร้าวซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสชิมฝรั่งกิมจูและส้มโอทับทิมสยามกันอย่างสด ๆ หรือหากใครต้องการซื้อกลับไปเป็นของฝากที่สวนก็มีจำหน่ายกันแบบสด ๆ เก็บจากต้นและยังมีกิจกรรมพายเรือ ให้อาหารแพะ แกะ ปลา รวมถึงนักท่องเที่ยวสามารถมากางเต็นท์ที่สวนได้อีกด้วย

หากใครที่ต้องการท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชุมชนและธรรมชาติวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนปากพูนยินดีต้อนรับ

หากใครที่ต้องการท่องเที่ยวตามสถานที่แลนด์มาร์คในปากพูน วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนมีบริการนำเที่ยวเพื่อพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสบรรยากาศยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในปากพูนในรูปแบบ one-day trip โดยมีบริการรถสองแถวรับส่งตั้งแต่ตัวสนามบิน นักท่องเที่ยวสามารถรวมกลุ่มกันมาท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยมีค่าใช้จ่ายต่อท่านเพียง 1,450 บาทเท่านั้น นอกจากที่นักท่องเที่ยวจะได้เยี่ยมชมสถานที่แลนด์มาร์คก็ยังมีโอกาสร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละสถานที่จัดขึ้น นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 0926565298 วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนปากพูนพร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ

โรงเหนียวยายศรี ข้าวต้มมัดสูตรโบราณ 70 ปี จากราคา 25 สตางค์สู่ส่งออกคู่ละ 400 บาท

ข้าวต้มมัดเป็นขนมโบราณที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โดยข้าวต้มมัดของแต่ละชุมชนก็มีสูตรเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อไม่มีผู้สืบต่อข้าวต้มมัดที่เป็นสูตรเฉพาะในหลายพื้นที่ก็ค่อย ๆ สูญหายไปตามกาลเวลา แต่ใครจะเชื่อว่าขนมที่มีแนวโน้มจะสูญหายไปนี้กลับทวีมูลค่าอย่างมหาศาลและกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างชื่อให้กับชุมชน จนถูกเรียกว่า “เหนียวห่อกล้วยเปลี่ยนชีวิต” ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับโรงเหนียวยายศรีเจ้าของสูตรข้าวต้มมัดหรือเหนียวห่อกล้วยส่งออกที่มีมูลค่าถึง 400 บาทในต่างแดน

โรงเหนียวยายศรี สูตรเด็ดเคล็ดลับในวัยเด็กสู่เหนียวห่อกล้วยพลิกชีวิต

“ยายศรีหรือคุณยายบุญศรี นางนวล” คือเจ้าของโรงเหนียวยายศรี ข้าวต้มมัดหรือเหนียวห่อกล้วยสูตรโบราณในอ.ปากพูน นครศรีธรรมราช โดยสูตรลับของเหนียวห่อกล้วยสูตรยายศรีมีที่มาจากคุณแม่ของตัวคุณยายเอง โดยในวัยเด็กคุณยายศรีต้องช่วยคุณแม่ทำเหนียวห่อกล้วยขาย โดยขายในราคา 25 สตางค์ในสมัยนั้น คุณยายศรีก็สืบทอดสูตรเหนียวห่อกล้วยเรื่อยมาจนครั้งหลังสุดที่ขายคือขายในราคา 2 บาท

หลังจากนั้นด้วยความที่คุณยายศรีต้องเลี้ยงดูลูก ๆ เพียงลำพังและการขายเพียงเหนียวห่อกล้วยไม่สามารถสร้างรายได้ที่มากพอได้ คุณยายศรีจึงย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ประจวบคีรีขันธ์และเปลี่ยนอาชีพเป็นขายข้าวแกง จนกระทั่งเมื่อลูก ๆ ของยายศรีโตพอคุณยายจึงย้ายบ้านกลับมาอยู่ที่ปากพูนอีกครั้ง

โควิดเป็นเหตุสู่การรื้อฟื้นสูตรเหนียวห่อกล้วยจนสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ในช่วงเวลาก่อนเกิดโควิดเพียงเล็กน้อย เพื่อนของหลานสาวคุณยายศรีได้ติดต่อมาเพื่อขอให้ยายศรีทำเหนียวห่อกล้วยส่งมาที่กรุงเทพ เพราะเพื่อของหลานยายศรีเคยมีโอกาสได้ทานเหนียวห่อกล้วยฝามือคุณยายศรีแล้วชอบ ปรากฏว่าเหนียวห่อกล้วยายศรีเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่มีโอกาสได้ทานจึงขอให้ยายศรีทำเพิ่มแล้วหาวิธีส่งมายังกรุงเทพเพื่อนำมาช่วยขายสร้างรายได้ จากจุดเริ่มต้นเพียง 3 กิโลกรัมคุณยายศรีต้องส่งเพิ่มเป็น 10 กิโลกรัม โดยคุณยายศรีต้องเกณฑ์พี่น้องและเพื่อน ๆ ให้มาช่วยกันทำเหนียวห่อกล้วยในครั้งนั้น

เมื่อเกิดวิกฤติโควิด เหนียวห่อกล้วยของยายศรีเป็นสินค้าหนึ่งที่ได้รับผลกระทบในด้านบวก จากการที่คนทั่วไปไม่ค่อยออกจากบ้านและเริ่มสั่งสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้เหนียวห่อกล้วยของยายศรีมีโอกาสถูกส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศนวมถึงที่ประเทศพม่าในช่องทางออนไลน์โดยมีหลานเป็นคนช่วยในเรื่องการขายนี้ โดยในวันหนึ่ง ๆ ยายศรีต้องทำเหนียวห่อกล้วยถึง 80 กิโลกรัมจึงจะพอจำหน่าย

สูตรเด็ดความอร่อยของเหนียวห่อกล้วยยายศรีอยู่ที่การนำข้าวเหนียวมาผัดกับกะทิ และการใช้กล้วยที่มาจากในอำเภอปากพูนเพราะเป็นกล้วยที่ไม่มีเม็ด มีความเหนียวและอร่อยต่างจากกล้วยที่มาจากแหล่งอื่น

เมื่อโควิดซาลงทำให้ช่องทางออนไลน์มีรายได้ลดลงสู่การตั้งเป็นโรงเหนียวยายศรี

เมื่อโควิดเริ่มซาลง คนเริ่มใช้ชีวิตออกจากบ้านมากขึ้นทำให้ยอดการสั่งเหนียวห่อกล้วยลดลงอย่างชัดเจน ยายศรีและหบานจึงมองหาทางออกซึ่งพอดีกับที่ยายศรีมีบ้านหลังหนึ่งที่ซื้อเอาไว้โดยตั้งใจว่าจะเอาไว้เป็นที่พักอาศัยส่วนตัว เมื่อตกตะกอนทางความคิดกันได้แล้วยายศนีและหลายจึงมีความเห็นร่วมกันว่าจะนำบ้านหลังนี้มาปรับปรุงให้กลายเป็นคาเฟ่ที่จำหน่ายเหนียวห่อกล้วยรวมถึงอาหารและขนมโบราณอื่น ๆ จึงเป็นที่มาของ “โรงเหนียวยายศรี” เหนียวห่อกล้วยเปลี่ยนชีวิตในที่สุด

เหนียวห่อกล้วยของโรงเหนียวยายศรีได้รับการโอกาสในการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์จากทางนายกเทศมนตรีเมืองปากพูนที่มีโครงการจัดตั้ง “ตลาดท่องเที่ยวชุมชน” โดยผลิตภัณฑ์จากโรงเหนียวยายศรีได้รีบการชักชวนให้นำไปวางจำหน่ายซึ่งช่วยให้นักท่องเที่ยวจากที่ต่าง ๆ รู้จักโรงเหนียวยายศรีมากยิ่งขึ้น

ปรับปรุง คิดค้นและพัฒนาสูตรจนกลายเป็นสินค้าส่งออกยังต่างแดน

แม้ว่าเหนียวห่อกล้วยจะเป็นสินค้าขึ้นชื่อของโรงเหนียวยายศรี แต่กระนั้นยายศรีก็ยังไม่หยุดคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองจนในที่สุดโอกาสครั้งสำคัญก็มาถึงเมื่อผลิตภัณฑ์ของโรงเหนียวยายศรีได้รับโอกาสให้ไปวางขายยังต่างแดนที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศอเมริกาโดยใช้วิธีการแช่แข็งส่งออกไป และแทบไม่น่าเชื่อว่าจากข้าวต้มมัดราคาคู่ละ 20 บาทในประเทศจะทวีมูลค่าไปถึง 400 บาทเลยทีเดียว นอกจากประเทศอเมริกาแล้ว ฟินแลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผลิตภัณฑ์ของโรงเหนียวยายศรีได้มีโอกาสไปวางจำหน่าย โดยอนาคตยายศรีมีแผนการที่จะส่งผลิตภัณฑ์จากโรงเหนียวยายศรีไปวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น

หากใครที่สนใจอยากลิ้มลองของดีขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของปากพูน โรงเหนียวยายศรียินดีต้อนรับ

โรงเหนียวยายศรีอยู่ห่างจากสนามบินเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจอยากเข้าไปแวะชิมผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของปากพูน หรือต้องการเข้าไปให้กำลังใจผู้สูงอายุที่ยังคงรวมกลุ่มกันทำขนมโบราณเพื่อสืบทอดขนมสูตรเด็ดเอาไว้ไม่ให้สูญหายไปไหน “โรงเหนียวยายศรี” ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านให้แวะเวียนเข้ามาได้ทุกเมื่อโดยนอกจากจะมีขนมและอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้บริการแล้วทางโรงเหนียวยายศรียังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างการสอนห่อข้าวต้มมัดให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจได้ลงมือทำด้วยตนเองอีกด้วย

โรงเหนียวยายศรีตั้งอยู่ที่ 221/2 ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช เปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 9:00-17:30 น.

Workation ที่ไหนดี @นครศรีธรรมราช

วันนี้จะพามาดูสถานที่ที่เหมาะกับการนั่งทำงานและพักผ่อนสบายๆ สไตล์คนชิลล์ @นครศรีธรรมราช มีสถานที่ให้ Workation มากมาย แต่บทความนี้จะคัดสถานที่สุดชิลล์ ที่เหมาะสมกับการนั่งทำงานและนั่งพักผ่อนหย่อนใจนั่งทำงานมองทัศนียภาพรอบๆฟังเสียงธรรมชาติให้ร่างกายและจิตใจได้ชาร์จแบตอย่างเต็มที่ ไอเดียงานลื่นไหล

Workation ที่ไหนดี @นครศรีธรรมราช แนะนำ 7 สถานที่สุดชิล

1.หมู่บ้านคีรีวง

เครีดิตรูปภาพ https://www.sanook.com/travel/1400081/

เป็นหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย เป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีวิถีชีวิตที่สงบอยู่กับธรรมชาติ หมู่บ้านคีรีวงตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขา ป่าไม้และสายน้ำ ทำให้สามารถนั่งทำงานในโฮมสเตย์ โดยที่สูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด มองต้นไม้และท้องฟ้าได้อย่างเต็มตา ฟังเสียงนกและเสียงน้ำได้อย่างเต็มหู หากอยากจะชมรอบๆหมู่บ้านก็สามารถเช่าจักรยานภายในหมู่บ้านปั่นชมได้ ในหมู่บ้านมีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านผลิตเอง รวมถึงผลไม้ในตลาดก็เป็นผลไม้จากสวนที่ชาวบ้านปลูกเองด้วยเช่นกัน ในช่วงฤดูหน้าผลไม้ ที่ตลาดจะมีทั้งผลไม้สดและผลไม้แปรรูปให้เลือกช้อปปิ้งมากมาย จะเลือกซื้อไปทานหรือจะนำกลับไปเป็นของฝากให้คนที่บ้านก็ดีทั้งนั้น หมู่บ้านคีรีวง ตั้งอยู่ที่ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน

2.หาดสิชล

เครดิตรูปภาพ https://www.ryoiireview.com/article/cafe-khanom-sichon/

เป็นหาดทรายสีขาว น้ำทะเลใสๆ หาดโค้งมีทิวทัศน์สวยงาม มีคาเฟ่ให้นั่งชิลล์ริมหาด นั่งทำงานเพลินๆ มองทะเลที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เปิดเพลงคลอเบาๆ ก็ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการ Workation ได้ดีมากๆเลยทีเดียว หาดสิชล ตั้งอยู่ที่ตำบลสิชล อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น.

3.ปากพนัง

เครดิตรูปภาพ https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21171

อีก 1 สถานที่เหมาะแก่การ Workation  ปากพนังเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญและเฟื่องฟูในอดีต เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล พักผ่อนล่องเรือชมโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชมโรงสีเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทั้ง 2 ข้างปากแม่น้ำปากพนัง ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมคอนโดนกนางแอ่นอีกด้วย ทำงานเหนื่อยๆ แวะเดินตลาด 100 ปีเมืองปากพนัง ดื่มด่ำกับวิถีความเป็นอยู่ อาคารบ้านเรือนยุคโบราณ วันอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ มีตลาดย้อนยุคให้เดิน ดู ดม ชม ชิม อาหารอร่อย บรรยากาศพื้นบ้านมีดนตรีไพเราะเล่นให้ฟังสร้างความสุนทรีผ่อนคลายได้แน่นอน

4.เขาศูนย์

เครดิตรูปภาพ https://www.facebook.com/Nakhonholiday/photos/pcb.7241417082566632/7241415039233503/

เป็นภูเขาที่มีจุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้รอบทุกทิศ360 องศา สามารถชมทะเลหมอกกระทบกับแสงอาทิตย์ ท่ามกลางอากาศเย็นๆตลอดทั้งปี ดื่มเครื่องดื่มที่ชอบสักแก้วขณะทำงาน ดื่มดำบรรยากาศที่สบายตา สบายกาย สบายใจ เขาศูนย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น.

5.เนินเทวดา – เนินนางฟ้า

เครดิตรูปภาพ https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/21516

เป็นจุดชมวิวทะเลสีฟ้าคราม ที่รายล้อมด้วยต้นไม้และทิวเขาแบบกว้างไกล มีซุ้มไม้ไผ่ให้นั่งทำงานตากลมชมวิวทิวทัศนียภาพแบบชิลล์ๆ เนินเทวดา – เนินนางฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 18.00 น.

6.เขาเหมน หรือ เขาพระสุเมรุ

เครดิตรูปภาพ https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/1858

เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง อากาศหนาวเย็น ลมพัดแรงและมีเมฆปกคลุมเกือบทั้งปี จุดชมทิวทัศน์สามารถมองเห็นวิวโดยรอบ นั่งทำงานพร้อมกับนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกท่ามกลางอากาศเย็นๆ เพลินๆชิลล์ๆ ตลอดทั้งวัน เขาเหมน หรือ เขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น.

7.อ่างเก็บน้ำกะทูน

เครดิตรูปภาพ https://wellnessnakhon.sct.ac.th/th/?c=todo&a=8&sc=l4&lf=ta&m=topic

ถูกขนานนามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แดนใต้ เป็นหนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยพื้นที่น้ำในอ่างเหนือเขื่อนใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีซากหมู่บ้านที่เคยเกิดอุทกภัย โผล่พ้นน้ำขึ้นมาให้เห็นยอดชัดเจน สามารถไปนั่งทำงานชิลล์ๆ ที่ริมน้ำได้ มีร้านกาแฟที่สามารถนั่งมองวิวทิวทัศน์กว้างขวางไกลสุดตา 360 องศาของอ่างเก็บน้ำกะทูนท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า แสงตกกระทบผิวน้ำสวยงามมาก ดีต่อตา ดีต่อใจสุดๆ

สถานที่สุดชิลล์ workation@นครศรีธรรมราช คัดมาให้เน้นๆ กับสถานที่ที่เหมาะสมกับการนั่งทำงานและนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ฟังเสียงใบไม้พริ้วไหว ฟังเสียงนก ฟังเสียงน้ำ มองวิวทิวทัศนียภาพอย่างสบายตา ชาร์จพลังให้ร่างกายและสมองอย่างเต็มเปี่ยม รับรองเลยว่าหากมาแล้วจะมีความสุขมากๆ แฮปปี้กับการ workation แบบสุดๆ จนอยากจะมาซ้ำๆ อีกแน่นอน

ยังมีอีกหลายสถานที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เหมาะแก่การมา Workation มาเปลี่ยนบรรยายกาศที่ทำงานกันที่นครศรีธรรมราช พวกเราชาวนคร ยินดีต้อนรับ อาคันตุกะ นักท่องเที่ยวตลอดเวลา

7 เหตุผลควรมา Workation @ นครศรีธรรมราช

เหตุผลที่ควรมา Workation @ นครศรีธรรมราช ทำงานไปด้วย พักผ่อนไปด้วยที่นครศรีธรรมราช ได้ทั้งงาน ได้ทั้งความสุข ได้ทั้งสุขภาพ จบครบที่เดียว หากจะเลือก Workation สักที่ @นครศรีธรรมราช ก็เป็นหนึ่งจังหวัดที่เราแนะนำ เพราะอะไรไปดูกันเลย

1.อากาศดีมาก จังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งโอโซนที่ดีที่สุดในประเทศ

มีธรรมชาติโอบล้อมทั่วทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่มีครบทั้ง ภูเขา,ทะเล,น้ำตก,ถ้ำ,อ่าว,เกาะ,ป่าไม้ (เป็นเมืองแห่งโอโซน!!) ได้มองน้ำ ดูต้นไม้ สูดอากาศบริสุทธิ์ ตลอดการ Workation การที่ได้ทำงานโดยที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ นอกจากจะสดชื่น สบายปอดและสบายตาแล้ว ยังส่งผลให้ คิดงานได้อย่างลื่นไหล ไอเดียพุ่งกระฉูดอีกด้วย  เพราะสมองไม่เครียด สมองปลอดโปร่งโล่งสบาย ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆก็วิ่งเข้ามา  ทำให้งานมีไอเดียใหม่ๆเพิ่มเข้าไปด้วย อัพเกรดงานให้ดีขึ้นไปอีก

2. เดินทางสะดวก รถรา เครื่องบิน มีให้เลือกไปไหนมาไหนสะดวก

มีรถโดยสารทั้งในและนอกจังหวัด  ภายในจังหวัดมีสถานีขนส่ง เดินทางไปรอบๆเมืองไปอำเภอใกล้เคียง ไปจังหวัดใกล้เคียง มีรถให้เลือกเดินทางหลากหลายรูปแบบ เช่น รถตู้,รถเมล์,รถสองแถว,รถไฟ และยังมีท่าอากาศยาน สำหรับเดินทาง ทางเครื่องบิน อีกด้วย  มีให้เลือกเดินทาง 5 สายการบินด้วยกัน  นั่นคือ สายการบินไทยสมายล์,นกแอร์,ไทยเวียดเจ็ทแอร์  ไทยแอร์เอเชียและไทยไลอ้อนแอร์  เลือกได้เลย ว่าอยากเดินทางในรูปแบบไหน  เลือกแบบที่คุณแฮปปี้ได้เลย

3. พื้นที่กว้างขวาง ไม่แออัด สามารถนั่งทำงานและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

ทำงานได้สบายใจ ไม่รู้สึกอึดอัด  เพราะพื้นที่ของจังหวัดนี้นั้น กว้างใหญ่มาก และพื้นที่ธรรมชาติเยอะมาก นั่งทำงานตรงไหนก็ไม่รู้สึกอึดอัด เพราะปลอดโปร่งสุดๆไปเลย  นั่งจิบเครื่องดื่มชิวๆ ไปพร้อมกับการทำงาน ฟินสุดๆ งานก็เดิน ชีวิตกได้ผ่อนคลาย สบายใจ สบายกาย ได้ตังก์ชิลๆ

4. มีความสงบมาก  เหมาะกับการพักผ่อน และหนีความวุ่นวายมาเสริมบุญ

นอกจากธรรมชาติจะเยอะแล้ว ยังมีวัดวาอารามให้เข้าไปทำบุญ ทำทานอีกหลายแห่ง ยกตัวอย่างเช่น

วัดดังของจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนี้ก็คือ “วัดพระมหาธาตุวรวิหาร” เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในพระบรมธาตุเจดีย์ บรรจุพระสารีริกธาตุ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและยังเป็นต้นกำเนิดของ  “องค์จตุคามรามเทพ”ที่ตามจารึกของชาวศรีวิชัยได้บอกว่า “มีอานุภาพดุจดังพระอาทิตย์และพระจันทร์ ที่ขจัดความมืดมัวในโลก”

วัดที่สองก็คือ “วัดเจดีย์” วัดไอไข่นั่นเอง  เป็นวัดที่คนหลั่งไหล  เข้ามาขอพร ขอโชค ขอลาภกันไม่ขาดสาย จากกระแสที่หลั่งไหลไปทั่วทุกทิศทุกทางทั่วประเทศ ในเรื่องของการให้โชคให้ลาภ ค้าขาย กิจการงานต่างๆ  นอกจากได้พักผ่อนแล้ว ยังเสริมความเฮงไปในตัวเลย

วัดที่สามก็คือ “วัดธาตุน้อย”เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์พระสารีริกธาตุและพระสรีระสังขารของพ่อท่านคล้าย (พระครูพิศิษฐ์อรรถการ) ผู้ก่อตั้งวัดแห่งนี้ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่ชาวใต้เลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงยิ่ง พ่อท่านคล้ายได้ชื่อว่าเป็น เทวดาแห่งเมืองคอน เทพเจ้าแห่งแดนใต้ ท่านมีวาจาที่ศักดิ์สิทธิ์

พูดอย่างไรได้อย่างนั้น ท่านจึงมักจะให้พรกับทุกคน “ขอให้ เป็นสุข เป็นสุข” ซึ่งปัจจุบันพระสรีระสังขารของพ่อท่านคล้าย บรรจุอยู่ในโลงแก้ว และว่ากันว่าพระสรีระสังขารของท่าน แข็งเป็นหิน จึงทำให้เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก

5. มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำแก้เบื่อ ผ่อนคลายหลังทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย

ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีกิจกรรมสนุกๆให้ทำแก้เบื่ออยู่มากมาย หากว่าคุณอยากยืดเส้นยืดสาย ออกมาจากความสงบชั่วคราว หาอะไรทำสนุกๆแก้เบื่อ มีหลายกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ  หยิบหมอก หยอกเมฆที่เขาศูนย์, เดินป่าดูธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์, เล่นน้ำตกเย็นๆ คลายร้อน,เดินเล่นชายหาดริมทะเล นั่งเรือดูโลมาสีชมพู ,ชมพิพิธภัณฑ์ของดีเมืองนครฯ ยังมีกิจกรรมให้เลือกดู ดม ชม อีกมากมาย ชอบกิจกรรมแบบไหน เรียกว่าครบรส ได้ใจทุกเพศ ทุกวัยในทริปเดียว

6. มีวัฒนธรรมและอารยธรรมที่หลากหลาย

นอกจากได้ทำงานและพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว ยังได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ จากวัฒนธรรมและอารยธรรมของแต่ละชุมชน การละเล่น ประเพณี เช่น มโนราห์ หนังตะลุง  อาจได้อะไรใหม่ๆในชีวิตให้มีสีสันเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาหาร  เครื่องแต่งกาย  ของขึ้นชื่อในนครศรีธรรมราช ยกตัวอย่างเช่น ผ้าทอลายดอกกระจูด,ภาพมิตินูนสูงจากรกมะพร้าว,มังคุดคัด ,ปลาใส่อวน,ขนมลา ฯลฯ ให้ได้ลองชิม ลองใช้ ลองสัมผัส รับรองว่าท่านจะหลงรักเมืองนครฯ

7.ร้านคาเฟ่ให้นั่งทำงาน จิบกาแฟเลิศรส โกโก้ขึ้นชื่อ ทั่วจังหวัด

นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีโกโก้พันธุ์ดีที่นำมาทำเป็นช็อคโกแลตจากอำเภอท่าศาลา รวมทั้งกาแฟที่ปลูกจากแหล่งต้นน้ำที่ดีที่สุดนั่นคืออำเภอพิปูน มีร้านกาแฟนั่งสบายๆ ชิลๆ มีมุมให้นั่งทำงาน พร้อมชมวิว จิบกาแฟหอมๆ ดื่มโกโก้ร้อน ๆ คิดแล้วก็ฟิน เลยทีเดียว มีร้านกาแฟ ร้านคาเฟ่ หลากสไตล์ให้เลือกนั่ง เลือกชิล ทั่วจังหวัด ทำให้เมืองนครได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งคาเฟ่ ก็ว่าได้

เพียง 7 เหตุผลนี้ ก็ทำให้อยากไป Workation @ นครศรีธรรมราชทันทีเลยใช่ไหม  แนะนำให้ไปเลยเรียกว่าเป็นอีกจังหวัดที่ครบเครื่องและมั่นใจได้เลยว่า ต้องประทับใจจนได้กลับไปอีกเป็นครั้งต่อๆไป อีกแน่นอน

ปลาใส่อวน ปลาส้มปักษ์ใต้ ของดีอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทุกท่านรู้จัก ปลาใส่อวน หรือ ที่เรียกกันว่าปลาส้มปักษ์ใต้ กันหรือเปล่าค่ะ?

บางท่านอาจจะรู้จักแล้วหรือบางท่านอาจจะยังไม่รู้จัก  วันนี้นครศรีสเตชั่นจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับปลาใส่อวนหรือปลาส้มปักษ์ใต้ สินค้าของดีอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในสินค้า O-TOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ มารู้จักกับปลาใส่อวนที่มีทั้งเรื่องราวและความหมายรวมไปถึงความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของปลาใส่อวน แอดมินขอรับรองเลยว่าถ้าหากทุกท่านได้อ่านบทความนี้จะต้องหิวและอยากลองทานปลาใส่อวนขึ้นมาอย่างแน่นอนค่ะ ถ้าอย่างนั่นเราอย่ารอช้ามาทำความรู้จักกับปล่าใส่อวนกันเลยค่ะ

ความหมายของ ปลาใส่อวน หรือที่เรียกกับอีกชื่อหนึ่งว่าปลาส้มปักษ์ใต้

ปลาส้ม เป็นการแปรรูปอาหารชนิดนึงจากปลา ที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครื่องปรุงหลักๆคือ ปลา เกลือ น้ำตาล ข้าวสุก ข้าวเหนียว หรือข้าวคั่ว ตามแต่ละท้องถิ่น ผสมกัน หมักจนมีรสเปรี้ยว และในส่วนของวิถีชีวิตชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช​จะใช้ข้าวคั่วหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า”อวน” เป็นส่วนผสมในการหมักปลาให้เกิดรสชาติเปรี้ยว ชาวบ้านจึงเรียกอาหารชนิดนี้กันแบบเข้าใจง่ายๆตามภาษาท้องถิ่นคนนครว่า”ปลาใส่อวน” ก็คือปลาที่ใส่ข้าวคั่ว(อวน)​จนมีรสชาติเปรี้ยวนั่นเองค่ะ” 

ปลาใส่อวนโมเดิร์น ร้านครัวแม่แดง@ทุ่งสง สินค้าของดีอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

คุณอารีรัตน์ วิเชียรชม ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของปลาใส่อวน​โมเดิร์น​(ปลาส้มปักษ์ใต้)​ ร้านครัวแม่แดง@ทุ่งสง ว่า แรกเริ่มเดิมทีคือต้องการแก้ปัญหาปลาดุกที่เลี้ยงกันภายในครัวเรือน แล้วไม่มีแหล่งกระจายวัตถุดิบเมื่อปลาที่เลี้ยงไว้อายุครบกำหนดที่จะจับส่งขาย ก็เลยแก้ปัญหาตรงนั้นโดยการนำปลาที่เลี้ยงไว้มาแปรรูปเป็นปลาใส่อวนไว้ทานกัน ที่เหลือก็แจกจ่ายกันทาน และแบ่งขาย กลายเป็นว่าคนที่ได้ทานเกิดติดใจ และชอบรสชาติในสูตรที่เราทำออกมา เลยมีการติดต่อเข้ามาขอซื้อกันค่อนข้างมาก ทางปลาใส่อวนโมเดิร์น ร้านครัวแม่แดง@ทุ่งสง มองเห็นช่องทางนี้ที่ในอนาคตจะเป็นอาชีพที่เกิดขึ้นภายในครัวเรืิอน และชุมชนได้ ก็เลยเริ่มต้นตัดสินใจทำแปรรูปจำหน่ายแบบจริงจัง พร้อมทั้งปรับปรุง และพัฒนาในตัวผลิตภัณฑ์​กันมาเรื่อยๆจนมาถึงทุกวันนี้

วิธีการทอดปลาใส่อวน

  1. ใช้ไฟกลางและปริมาณน้ำมันที่พอเหมาะ รอให้น้ำมันร้อน
  2. และเมื่อน้ำมันร้อนดีแล้วก็นำปลาใส่อวนมาหย่อนใส่ลงไปในกระทะ (ข้าวคั่วบดที่อยู่ตัวปลาไม่ต้องล้างออก เพราะจะทำให้อร่อยกรุบกรอบ)
  3. รอจนปลาเหลืองกรอบแล้วค่อยพลิกลับด้าน
  4. และเมื่อเหลืองทั้ง 2 ด้านเท่ากันแล้ว ก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน

เคล็ดลับความอร่อยแซ่บ คือ ซอยหอมแดง พริก มะนาว จะช่วยเพิ่มรสชาติความแซ่บเพิ่มมากขึ้นค่ะ

ได้รู้จักปลาใส่อวนทั้งเรื่องราวและความหมาย รวมไปถึงวิธีการทอดกันไปแล้ว รู้สึกหิวกันขึ้นมาหรือยังค่ะ? 

บางท่านก็อาจจะยังนึกถึงรสชาติของปลาใส่อวนไม่ออกใช่มั้ยค่ะ? ไม่เป็นไรค่ะเดี่ยวแอดมินจะบรรยายรสชาติของปลาใส่อวนให้ค่ะ ปลาใส่อวนที่เมื่อทอดจนกรอบแล้วจะมีรสชาติที่ไม่เปรี้ยวจัดจนเกินไปบวกกับความกรุบกรอบของข้าวคั่วที่ช่วยให้เมื่อทานเข้าไปจะรู้สึกเคี้ยวแล้วเพลิดเพลินไปกับรสชาติที่กลมกล่อม และเมื่อทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆหอมแดงและพริกก็จะเพิ่มรสชาติให้แก่ปลาใส่อวนมากขึ้นค่ะ แอดมินของรับประกันความอร่อยของปลาใส่อวนเลยค่ะ ว่าอร่อยจริงไม่จกตา และนอกจากจะอร่อยแล้วปลาใส่อวนก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยนะคะ

อย่าลืมนะคะ เมื่อมาเที่ยวนครศรีธรรมราชแล้ว ก็อย่าพลาดที่จะซื้อปลาใส่อวน สินค้าของดี อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช กลับไปเป็นของฝากกันนะคะ

บรรยากาศงาน OTOP ภูมิภาค ความสุขผลิบานทั่วไทย ชวนมาช็อป มาชิมสินค้าของดีระดับ5ดาว

นครศรีสเตชชั่นแนะนำที่เที่ยวครั้งนี้  เราจะชวนพี่ๆน้อง ๆ และนักท่องเที่ยวทุกท่านไปเที่ยวกันที่ งานOTOPภูมิภาค นครศรีธรรมราช ที่จัดขึ้นวันที่ 19-25กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันนี้ทางแอดมินเลยเก็บภาพบรรยากาศมาให้ทุกคนชมกันค้า ภายในงานจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย…

 

งานOTOPภูมิภาค ความสุขผลิบานทั่วไทย ครั้งนี้จัดขึ้นที่ตังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ลานตลาดเสาร์-อาทิตย์ ถนน พัฒนาการคูขวาง เป็นงานที่รวบรวมของกิน ของใช้ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์ความงาม น้ำมัน สมุนไพรนวดต่างๆไว้ที่งานนี้งานเดียว และไม่เพียงแต่เป็นสินค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น ยังมีอีกหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยที่มาออกบูธขายของ นำสินค้าOTOPของดีระดับ5ดาวประจำจังหวัดตนเองมาอวดคุณสมบัติ ความอร่อยกันที่งานนี้ เรียกได้ว่ามางานนเดียวเที่ยวทั่วไทยเลยก็ว่าได้ค่ะ

ทางผู้จัดงานได้มีมาตรการเรื่องป้องกันโรคระบาดอย่างเคร่งครัดมากๆเลยทีเดียวค่ะ  มีการวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน และที่สำคัญมากๆ ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด19 (อย่างน้อย 2 เข็ม) กับเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง และนอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงจากหลากหลายภูมิภาคในประเทศไทย มีการสาธิตและการแสดงทางวัฒนธรรม พร้อม ไฮไลท์พิเศษกับการแสดงแสงเสียงในระบบ Multimedia อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ ผู้ที่มาร่วมชม ช้อป ชิม กับกิจกรรมภายในงาน ซื้อสินค้าครบ 500 บาท สามารถลุ้นรับโชคกับรางวัลพิเศษในทุกวันและรางวัลใหญ่ประจำสัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท แอดมินการันตีความปังอลังการของงานแน่นอนค่า

งานจะจัดขึ้นในเต้นท์โดมมีแอร์ และแบ่งที่เป็นโซนต่างๆให้ง่ายต่อการเลือกชมและลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ภายในงานมีพ่อค้าแม่ค้าขนของดีมาสาธิตกันเห็นๆถึงสรรพคุณที่ดีเลิศจากสินค้าOTOPของจังหวัดตนเอง ไม่ธรรมดากันใช่มั้ยคะ และภายในงานยังมีของกินเพียบ คนมาจากทุกๆจังหวัด อาธิเช่น ผลไม้ตามฤดูกาลจากเชียงราย อโวคาโดสดๆ เสาวรสลูกโตๆ น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู มาจากทางสงขลา คือไข่ครอบำเนื้ออวบๆเด้งๆ ชาชักจากยะลา ข้าวยำน้ำบูดูจังหวัดปัตตานี หมูยอไร้แป้งอุบลราชธานี น้ำมันนวดจากนครศรีธรามราช ผลติภัณฑ์เสริมความงามจากไข่มุกสงขลา เครื่องจักรสานจังหวัดชัยภูมิ ผ้ายก ผ้าทอจากจังหวัดต่างๆ ข้าวสีออแกนิคจากนครปฐม พ่อค้าเเม่ค้าในงานเป็นกันเอง น่ารัก แนะนำทุกอย่างดีมากเลย พูดคุยเป็นกันเอง แอดมินเดินเพลินเลยค่า

 

สินค้าของดีจากหลากหลายภูมิภาค หลากหลายจังหวัดในประเทศไทย นำสินค้ามาให้เลือกช้อปในราคาไม่แพง รวบรวมไว้ที่ งานOTOP ภูมิภาค ประจำปี2564 งานนี้งานเดียวเท่านั้น หากใครที่พลาดงานครั้งนี้ แอดมินรวบรวมมาให้ทุกคนชมแล้ว งานหน้าห้ามพลาดที่จะไปอุดหนุนสินค้าOTOPของดีระดับ5ดาวกันเยอะๆน้า

บรรยากาศในงาน แอดมินเก็บรูปมาฝากค่า..

 

Malong มาลอง ไวน์กระเจี๊ยบและลูกหว้า ของดี ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่

     เราไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องซื้อของฝากของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย และสินค้าของดีของขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดก็มีแตกต่างกันออกไป บางสินค้าผลิตหรือแปรรูปมาจากสิ่งที่มีอยู่ในหมู่บ้านในชุมชน แปรรูปเพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและแปรรูปเพื่อไม่ในทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมากสูญเสียไปอย่างไร้ประโยชน์

ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่แปรรูปจากผลไม้ ที่สามารถซื้อไปเป็นของฝาก หรือซื้อกับไปดื่มฉลอง สังสรรค์ เนื่องในโอกาสต่างๆ ก็ต้องหนีไม่พ้นไวน์ผลไม้นะคะ ถ้าจังหวัดเชียงใหม่มีไวน์สตอเบอรี่เป็นของขึ้นชื่อ จังหวัดนครศรีธรรมราชเราก็มีไวน์ขึ้นชื่อเหมือนกันนะคะ วันนี้แอดจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Malong ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากกระเจี๊ยบและลูกหว้า ผลไม้ในท้องถิ่น ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

คุณบุญมาก ประธานวิสาหกิจชุมชนบางขี้หมู เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเกิดขึ้นเป็นไวน์กระเจี๊ยบ ทางวิสาหกิจชุมชนได้ผลิตแยมกระเจี๊ยบขึ้นมาก่อน และเมื่อผลิตแยมกระเจี๊ยบแล้วมีน้ำกระเจี๊ยบเหลือเป็นจำนวนมากจึงไม่อยากจะทิ้งให้น้ำกระเจี๊ยบเสียประโยชน์ไปเปล่าๆ จึงนำน้ำกระเจี๊ยบที่เหลือมาทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบสดขาย แต่ด้วยน้ำกระเจี๊ยบสดมีอายุการเก็บรักษาไว้ทานนั่นได้ไม่นาน จึงต้องคิดหาวิธีทำให้การเก็บรักษาของน้ำกระเจี๊ยบให้นานกว่าเดิม จึงเกิดการประชุมหาวิธีกันในกลุ่มวิสาหกิจ และได้ข้อสรุปกันว่าจะผลิตไวน์กัน เริ่มศึกษาและทดลองผลิตไวน์กระเจี๊ยบจนสำเร็จผล และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงคิดจะหาผลไม้ท้องถิ่นมาผลิตไวน์เพิ่มอีก และได้เห็นลูกหว้าที่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่มีผล ที่ใกล้จะสูญพันธุ์จึงนำลูกหว้ามาแปรรูปผลิตเป็นไวน์ลูกหว้า เพื่อที่จะได้อนุรักษ์ลูกหว้าผลไม้ท้องถิ่นของชุมชน และเพื่อเป็นเจ้าแรกที่แรกที่ผลิตไวน์ลูกหว้า และได้รับการรับรองมาตรฐานโดยกรมสรรพสามิตอีกด้วยนะคะ

รสชาติของไวน์กระเจี๊ยบและไวน์ลูกหว้ามีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และในปัจจุบันนี้มีไวน์สัปปะรดเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย ไวน์สัปปะรดจะมีสีและรสชาติที่ออกไปทางไวน์ขาว จากการที่แอดมินได้ลองชิมนะคะ ไวน์กระเจี๊ยบจะมีรสชาติดื่มง่ายค่ะเหมาะกับผู้หญิงรสชาตินุ่มนวลและเบาบาง ส่วนไวน์ลูกหว้าจะมีรสชาติและรสสัมผัสที่หนักแน่นกว่าแอดมินเลยคิดว่าไวน์ลูกหว้าน่าจะเหมาะกับผู้ชายหรือคนไหนที่ชอบดื่มแบบเข้มๆค่ะ

ขอแนะนำเลยนะคะถ้ามาเที่ยวที่อำเภอเชียรใหญ่แล้วอย่าลืมแวะมาชิม แวะมาช็อป ซื้อกลับไปเป็นของฝาก สาย L คือพลาดไม่ได้เลยนะคะ แต่ถ้าหากไม่ดื่มไวน์ก็สามารถซื้อแยมกระเจี๊ยบแทนก็ได้นะคะ ผลิตภัณฑ์ของ Malong สามารถซื้อกลับไปฝากให้คนในครอบครัวได้ทั้งครอบครัว แยมกระเจี๊ยบสามารถทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ส่วนไวน์ก็สามารถซื้อมาเป็นของฝาก ของที่ระลึก หรือซื้อมาดื่มฉลอง สังสรรค์กันได้อย่างมีความสุขเลยค่ะ

 

ประมวลกิจกรรมงาน มาฆะ มานะ มานครฯ ย้อนร้อยธรรม นำเที่ยว ชิมช็อป

นครศรีสเตชชั่นแนะนำที่เที่ยวครั้งนี้  แอดมินจะชวนพี่ๆน้อง ๆ และนักท่องเที่ยวทุกท่านไปเที่ยวกันที่งานมาฆะในรูปแบบใหม่ คืองาน มาฆะ มานะ มานครฯ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่13-16กุมภาพันธ์2565 ที่ผ่านมา วันนี้แอดมินเก็บภาพบรรยากาศมาให้ได้ชมกัน จะมีกิจกรรมอะไรๆสนุกๆบ้างไปดูกันเลย…

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำงานนครศรีธรรมราชได้จัดงานมาฆะขึ้นมาในรูปแบบใหม่ แต่ยังคงConcept การเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม โดยรูปแบบของงานเป็นงานมินิมอล ย้อนยุค เหมาะแก่การไปถ่ายรูปสุดๆ นอกจากนี้ที่งานยังมีร้านอาหารเจ้าเด็ดเจ้าดังจังหวัดนครฯไปเปิดมากมาย งานนี้กำเงินไปได้ของกินอร่อยๆติดไม้ติดมือกลับบ้านกันแน่นอน

นอกจากนี้ในงานก็จะแบ่งเป็นโซนต่างๆ งานบรรยากาศสบายๆ ไม่แออัด ยังคงมาตรการเที่ยวแบบสนุก รักษาระยะห่าง ในงานยังมีที่ทานอาหารนั่งพื้นชิคๆเก๋สุดๆ ในงานยังมีกิจกรรมต่างๆและการแสดงโชว์ต่างๆ และมีนิทรรศการมากมายในงานอีกด้วยค่ะ

ในงานจะมีนิทรรศการผ้าพระบฏจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าไปชมกันค่ะ

ผ้าพระบฏ คือผ้าที่ชาวพุทธทั่วโลกสืบเนื่องกันมาหลายประเทศเช่นกับสมัยพุทธกาลในอินเดียมีตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับการเขียนผ้าพระบฏกล่าวว่าพระเจ้าอาชาตศัตรูทูลขอพระพุทธฉายจากพระพุทธเจ้าเพื่อสักการบุชาแทนพระองค์ซึ่งพรุพุทธองค์ก็ได้โปรดประทานพระพุทธฉายประทับอยู่บนผ้าผืนหนึ่ง ซึ่งระบายด้วยสีต่างๆและมีการสืบต่อการทำภาพบนผืนผ้าเพื่อใช้เป็นเครื่องบูชาไปยังประเทศต่างๆที่นับถือพุทธศาสนา เช่น ทิเบต จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เนปาล พม่า ลังกาวี ไทย ลาว ตราบเท่าปัจจุบันนี้

นอกจากนี้ผ้าพระบฏมีลักษณะแนวนอนผืนยาว มีเขียนภาพพุทธประวัติ หรือเป็นผ้าสีเหลือง แดง ขาว แถบยาว แล้วผู้คนก็จะเทินไว้เหนือศีรษะเป็นผืนยาว แห่ไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ อันถือเอาธรรมเนียมมาแต่สมัยพญาศรีธรรมโศกราช ที่ริเริ่มไว้เมื่อ๘๐๐ปีที่แล้ว

ในงานยังแบ่งโซนอาหารและเครื่องดื่มไว้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นงานรวมตัวร้านอาหารของเด็ด เจ้าดังในจังหวัดนครศรีธรรมราชเลยก็ว่าได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านโกปี๊ ขนมจีนป้าจู ขนมปะดาโพธิ์เสด็จ ร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นปลาโกอ่าง ร้านขนมพื้นบ้านต่างๆ ตลอดจนงานแฮนด์เมด เรื่องถม เป็นต้น

และยังมีการออกบูธขายสินค้าของดีของชุมชนต่างๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นชุมชนหัวไทร ชุมชนพรหมโลก โกโก้One More เป็นต้น เป็นบูธขายอาหารแปรรูป เช่นน้ำพริกของขึ้นชื่อกะปิปากพนัง ซูชิมันปูนา ปลาหวานแปรรูป ลูกตาลลอยแก้ว เป็นต้น

และทีเด็ดในงานนี้สำหรับแอดมินยกให้ ยำดอกดาหลา จากชุมชนพรหมโลกส่งเข้าประกวด ว้าวมากๆแอดมินไม่เคยกินยำดอกดาหลามาก่อน เป็นการยำโดยการใช้ดอกดาหลาซอย ใส่ด้วยน้ำยำสูตรเข้มข้นของชุมชน ใส่ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้งตัวใหญ่ พริกสด หอมซอย น้ำมะนาวนิดหนึ่ง ยำให้เขากัน ก่อนจะเสิร์ฟ?อปด้วยกุ้งอีกที อื้อหือ รับรองลืมไม่ลงแน่นอน

นอกจากทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักนครศรีธรรมราชยังจัดกิจกรรมไว้ให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากน้องมานะอีกด้วย

บรรยากาศงานมาฆะ มานะ มานครฯ สนุกแบบคงวัฒนธรรม งานไม่เล็กไม่ใหญ่เดินได้ทั่วถึง งานน่ารักๆแบบนี้ ขอขอบคุณทางการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราชที่จัดงานดีด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กับนครสรีธรรมราช ปีหน้าหากมีงานดีดีแบบนี้อีก ทุกคนห้ามพลาดที่จะไปเที่ยวน้า

ชมคลิปกิจรรม

กาแฟปูนา ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ ตำบลตรอกแค อำเภอชะอวด

กาแฟปูนา เป็นกาแฟแบบไหน พอจะเดาออกกันมั้ยค่ะ ? จะเป็นนั่งดื่มกาแฟชมทุ่งนา ชมปูนา หรือกาแฟขี้ปูนาอารมณ์คล้ายๆกาแฟขี้ชะมด แล้วปูนาจะมาอยู่ในกาแฟได้อย่างไร? แล้วมันจะรสชาติอย่างไร? จะคาวหรือเปล่า?

วันนี้มาหาคำตอบของคำถามพวกนี้ไปพร้อมๆกันแอดมินนะคะ ถ้าพร้อมแล้วก็มาอ่านเรื่องราวของกาแฟปูนากันนะคะ

คุณสนั่น เจ้าของตลาดใต้ต้นปาล์มริมคลองตรอกแค เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่รกร้างของครอบครัว ถูกละทิ้งไว้หลายปี จนคุณสนั่นมีแนวคิดที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตรงนี้ ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นแหล่งเรื่องรู้ในการนำผลิตภัณฑ์ที่เหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์และสร้างรายได้ และมีโฮมสเตย์ที่เน้นธรรมชาติ

 

กาแฟปูนาเกิดจาก คุณสนั่นได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในบริเวณบ้านตรอกแค ได้พบว่าชาวบ้านจะนำไซไปวางตามท้องนา คูนา จะมีปูมีปลาติดมาตามไซ แต่ชาวบ้านต้องการแค่ปลาไม่ได้ต้องการปูนา คุณสนั่นเลยเกิดข้อสังสัยว่าแล้วชาวบ้านจะทำอย่างไรกับปูนาที่ติดด้วย ชาวบ้านได้บอกกับคุณสนั่นว่าปูนาที่ติดมากับไซจำเป็นต้องทิ้งเพราะไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้

คุณสนั่นจึงขอปูนามาคิดวิธีแปรรูปปูนาเพื่อไม่ให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างเสียประโยชน์ ช่วงแรกๆได้นำปูนามาแปรรูปเป็นน้ำพริกผงปูนาชนิดแห้งแบบซองสามารถพกพาได้ ส่วนต่อมาคุณสนั่นได้คิดค้นการแปรรูปเป็นกาแฟสดสูตรปูนา เป็นกาแฟสดที่มีส่วนผสมของปูนา 100% ไม่มีสารเคมีในการผลิต คุณภาพและรสชาติได้มาตราฐานอย่างแน่นอน คุณสนั่นฝากแอดมินมาการันตีค่ะ

 

จากที่แอดมินได้ลองชิมกาแฟปูนาแล้วนะคะ สิ่งที่เด่นขึ้นมาเลยจนแอดมินตกใจคือกลิ่นของกาแฟที่หอมมาก ไม่มีกลิ่นคาวของปูนา เป็นสิ่งที่น่าแปลกใจมากนะคะที่กาแฟไม่มีกลิ่นคาวของปูนา และรสชาติของกาแฟกับปูนาก็เข้ากันดี

ส่วนวิธีการทำนั้นปูจะต้องเป็นปูที่ออกไข่มาแล้วสี่รอบ โดยจะจับปูมาพักเพื่อล้างท้องก่อน 5 วัน จากนั้นให้ทานข้าวสวย 5 วัน และจากนั้นจึงนำไปทำความสะอาด และเอาส่วนที่ไม่ใช้ออก จากนั้นก็นำไปทำให้สุกแล้วนำมาคั่วกับเมล็ดกาแฟ จะมีทั้งแบบคั่วเข้มและคั่วกลาง

  ผลิตภัณฑ์กาแฟปูนา
  • แบบแก้วพร้อมดื่ม ราคา 40 บาท 
  • แบบซองสำหรับดริป 35 บาท
  • แบบถุง 200 กรัม 200 บาท

  • สบู่กาแฟปูนา ก้อนละ 35 บาท

 

และภายในตลาดใต้ต้นปาล์มริมคลองตรอกแคนี้ ยังมีโฮมสเตย์ที่สามารถเข้ามาพักเพื่อซึมซับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติได้อีกด้วยนะคะ

ภายในจะมีร้านกาแฟปูนา สัตว์ต่างๆที่ทางคุณสนั่นเลี้ยงไว้ มีทั้งกวาง ปู ปลา ไก่และเต่า เดินชมสัตว์ภายในบริเวณตลาดใต้ต้นปาล์มไปพร้อมกับบรรยากาศดีๆ และมีของสะสมของเก่าที่คุณสนั่นนำมาเก็บไว้สะสมให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ชมกันด้วยนะคะ

พอได้มาเห็นของเล่นโบราณและของเก่าๆก็นึกถึงสมัยยังเป็นเด็กเลยค่ะ แอดมินของบอกเลยค่ะว่าตลาดใต้ต้นปาล์มริมคลองตรอกแคและกาแฟปูนาเป็นสิ่งที่ทุกคนห้ามพลาดนะเมื่อมาเที่ยวที่อำเภอชะอวดแล้ว แวะชิมชมช้อป ซื้อกลับไปเป็นของฝากกันนะคะ

 

และอย่าลืมเล่าเรื่องราวของกาแฟปูนาให้คนที่เราซื้อของไปฝากได้ฟังด้วยนะคะ รับรองว่ารสชาติของกาแฟจะอร่อยมากขึ้นอีกเท่าตัวเลยค่ะ เมื่อรู้ถึงเรื่องราวของกาแฟปูนา

ชมคลิป VDO

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลโกโก้ จากสวนโกโก้ธวัชชัย ของดี อำเภอท่าศาลา

สวนโกโก้ธวัชชัย ผลิตภัณฑ์จากผลโกโก้ ของดี ตำบลสระแก้ว อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

อำเภอท่าศาลาเป็นพื้นที่ที่ปลูกโกโก้เยอะที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช และถ้าหากมาเที่ยวอำเภอท่าศาลาแล้วยังไม่มีของฝากกลับไป วันนี้แอดมินก็ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากโกโก้ จากสวนโกโก้ธวัชชัยนะคะ

 

    เรามาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของสวนโกโก้ธวัชชัยกันนะคะ คุณธวัชชัย เสพย์ธรรม เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านการปลูกและการหมักโกโก้โดยวิธีการโบราณจากรุ่นพ่อแม่ โดยภายในบริเวณรายล้อมไปด้วยต้นโกโก้ดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ ปี 2535 จนปัจจุบันมีการเรียนรู้เพิ่มเติมและประยุกต์ใช้วิธีการหมักทั้งแบบโบราณ และแบบใหม่ปรับเปลี่ยนจนมีเทคนิคเอกลักษณ์ของตัวเอง และกลายมาเป็นเกษตรกรที่หันมาสนใจแปรรูปโกโก้รายแรกๆ ของท่าศาลา

พิกัด 8.7717,99.92276 บ้านเลขที่ 264 หมู่ 5 ตำบล สระแก้ว อำเภอ ท่าศาลา จังหวัด นครศรีธรรมราช   https://bit.ly/3swRqMl

 

    ภายในสวนจะมีต้นโกโก้ให้เห็นเป็นจำนวนมากค่ะ เป็นต้นโกโก้ที่มีอายุมากกว่า 20 ปี พี่จิ๋มเจ้าของสวนพาเดินชมต้นโกโก้ พร้อมพูดคุยกันถึงเรื่องโกโก้ การปลูกการดูแลการหมักและการแปรรูป สวนโกโก้ธวัชชัยแปรรูปแบบโฮมเมด ทำกันในครอบครัวตามกำลังและความสามารถของคนในครอบครัว ใช้ความใส่ใจความรักในโกโก้ทำด้วยความสุข และเมื่อแอดมินได้ลองชิมโกโก้ร้อนที่พี่จิ๋มทำให้ชิมทำให้แอดมินได้รู้สึกถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอน และรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้นั่งดื่มโกโก้ในสวนของบ้านตัวเอง โกโก้มีกลิ่นหอมมากถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอน และรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้นั่งดื่มโกโก้ในสวนของบ้านตัวเอง โกโก้มีกลิ่นหอมมาก

บริเวณหน้าบ้านจะเป็นลานตากเมล็ดโกโก้ ตากเมล็ดโกโก้ให้แห้งเพื่อที่จะนำมาแปรรูปต่อไป

   

การแปรรูป

  1. โกโก้นิปส์ (Cocoa nibs) เมล็ดโกโก้ที่ผ่านการหมักและตากเรียบร้อยแล้ว สามารถนำมาคั่วหรืออบที่อุณหภูมิประมาณ 150 องศาไม่เกิน 15 นาที จะได้เมล็ดโกโก้คั่วสุก ที่เรียกว่าโกโก้นิปส์ (Coca nibs)ถือเป็นโกโก้แท้100% สามารถรับประทานเป็นของขบเคี้ยวได้ทันที
  2. เปลือกหุ้มเมล็ดโกโก้ (Cocoa brew) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากเปลือกหุ้มเหม็ดที่ผ่านการตากและคั่วแล้ว สามารถนำมาใช้ทำชาสมุนไพร ให้กลิ่นหอม
  3. ผลิตภัณฑ์จากเนื้อโกโก้ (Coca liquor หรือ Coca mass) เป็นการนำเอาเมล็ดที่คั่วเรียบร้อนแล้วมาแกะหรือกะเทาะเปลือกออก จากนั้นนำมาทำการบด ด้วยครกหรือหินโม่บด จนกลายเป็นเนื้อเดียวกันได้ของเหลวที่เป็นโกโก้แท้100%สามารถนำมาเติมน้ำตาบออร์แกนิกส์ตามชอบเทลงพิมพ์กลายเป็นคราฟช็อคโกแลตหรือช็อดโกแลตโฮมเมด
  4. เนยโกโก้ (Cocoa butter) และโกโก้ผง (Cocoa powder) เกิดจากการนำเมล็ดโกโก้ที่คั่วและกะเทาะเปลือกแล้ว มาผ่านเครื่องแยกน้ำมันจะได้ผลิตภัณฑ์ส่วนที่เป็นของเหลวแยกส่วนที่เป็นน้ำมันออกมาเรียกว่าเนยโกโก้ ใช้ในส่วนผสมของอาหารและเครื่องสำอางค์ ส่วนที่เป็นเนื้อโกโก้จะกลายเป็นเนื้อสีน้ำตาลแยกออกมาจากน้ำมันนำไปผ่านการขึ้นละเอียดอีกครั้งกลายเป็นผงโกโก้นำไปเป็นส่วนประกอบของขนมต่างๆ

ผลิตภัณฑ์โกโก้โฮมเมดแบบนี้อาจจะมีรสชาติที่ต่างไปจากโกโก้หรือช็อคโกแลตที่หลายๆท่านเคยทาน แต่ถ้าหากลองเปิดใจซื้อมาลองชิมรับรองเลยค่ะ ว่าทุกท่านจะต้องติดใจไปกับรสชาติและความเป็นโฮมเมดของผลิตภัณฑ์โกโก้จากสวนธวัชชัย

เที่ยวสวนโกโก้แล้วอย่าลืมแวะขอพรไอ้ไข่วัดเจดีย์

    และเมื่อเราอิ่มกลายอิ่มท้องแล้ว ถ้าจะให้ครบจบเราต้องอิ่มใจด้วยนะคะ และสถานที่ใกล้สวนโกโก้ธวัชชัยที่จะทำให้ทุกท่านอิ่มใจพร้อมทั้งอิ่มบุญไปด้วยก็คือ วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) เป็นวัดชื่อดังที่ไม่มีใครไม่รู้จัก สายมูทั้งหลายอย่ารอช้านะคะ เริ่มเลยค่ะมาทำบุญและอาจจะขอพรหรือบนบานศาลกล่าวกับไอ้ไข่ แอบกระซิบว่าศักดิ์สิทธ์มากใครที่มาขอพรหรือบนบานส่วนมากจะได้ผลตามที่ขอ แต่หากได้รับผลตามที่ขอไว้ก็อย่าลืมกลับมาแก้บนตามที่บอกกับไอ้ไข่ไว้นะคะ และบางวันอาจจะได้ชมการแสดงมโนราห์ศิลปะการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์สวยงามของภาคใต้ค่ะ

ชมคลิป VDO